world cup 2022

ฟุตบอลโลก 2022 เรื่องน่ารู้ที่แฟนบอลไม่ควรพลาด

มหกรรมการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2022 กำลังจะรุดม่านเปิดฉากทำการแข่งขันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าที่ประเทศกาตาร์ และนี่คือเรื่องที่คุณอาจจะยังไม่รู้และจำเป็นต้องรู้ก่อนดูฟุตบอลโลก ครั้งที่ 22

8 สนามที่ใช้ในการแข่งขันในฟุตบอลโลก 2022

รู้หรือไม่ 7 ใน 8 สนามที่ใช้แข่งขัน ก่อสร้างใหม่ทั้งหมด สร้างจากอะไรและสนามไหนบ้าง?

คงจะทราบกันบ้างแล้วว่ามีสนามไหนบ้างที่ใช้ในการแข่งขัน โดยการแข่งขันฟุตบอลโลกหนนี้เจ้ากาตาร์ไม่ยอมน้อยหน้า ทุ่มงบมหาศาลสร้างสนามขึ้นมาใหม่ถึง 7 สนาม จากทั้งหมด 8 สนามที่ใช้แข่งขัน อัดแน่นไปด้วยคุณภาพและยังเตรียมการสำหรับอากาศที่ร้อนจัดในช่วงเดือนพฤศจิกายนอีกด้วย ด้วยการติดแอร์แบบฉ่ำ ๆ เต็มสนาม พร้อมกับออกแบบให้สนามมีหลังคาที่สามารถ ปิด-เปิด ได้เพื่อกันความร้อน

และหลังจากจบทัวร์นาเมนท์ทางเจ้าภาพยังมีแผนรื้อถอนเก้าอี้บางส่วนนำไปบริจาคให้กับประเทศกำลังพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไปอีกด้วย และไฮไลต์น่าสนใจคือสนาม 974 สเตเดี้ยม ที่โครงสร้างหลักมาจากตู้คอนเทนเนอร์ 974 ตู้ และวัสดุต่าง ๆ ที่วัตถุประสงค์ ใช้วัสดุอุปกรณ์น้อยชิ้นมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เพื่อลดของเสียและการปล่อยพลังงานออกมา นอกจากจะใส่ใจโลกแล้วพวกเขายังแบ่งปันให้กับหลาย ๆ ประเทศอีกด้วย

32 ทีมสุดท้ายในฟุตบอล 2022 มีประเทศใดบ้าง

32 ประเทศสุดท้าย

แน่นอนว่าตอนนี้ฟุตบอลโลก 2022 ได้ทีมเข้าร่วมครบ 32 ทีมสุดท้ายอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีรายชื่อประเทศดังต่อไปนี้

เจ้าภาพ : กาตาร์

ยุโรป : เยอรมนี (แชมป์  4 สมัย),เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส (แชมป์ 2 สมัย),เบลเยียม,โครเอเชีย, สเปน (แชมป์ 1 สมัย),เซอร์เบีย,อังกฤษ (แชมป์ 1 สมัย),สวิตเซอร์แลนด์,เนเธอร์แลนด์, โปแลนด์, โปรตุเกส,เวลส์

เอเชีย : อิหร่าน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น,ซาอุดีอาระเบีย,ออสเตรเลีย

อเมริกาใต้ : บราซิล (แชมป์ 5 สมัย),อาร์เจนตินา (แชมป์ 2 สมัย),อุรุกวัย (แชมป์ 2 สมัย), เอกวาดอร์

แอฟริกา : กานา, เซเนกัล, แคเมอรูน, โมร็อกโก, ตูนิเซีย

โซนคอนคาเคฟ : แคนาดา,สหรัฐอเมริกา,เม็กซิโก,คอสตาริกา

ฟุตบอลโลก 2022 แต่ละกลุ่มมีทีมใดบ้าง

การจับสลากแบ่งกลุ่มเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา โดยกลุ่มที่ถูกจับตามองมากที่สุดคงจะเป็นกลุ่ม E ที่มีสองทีมมหาอำนาจลูกหนังอย่าง เยอรมัน และ สเปน ที่ต้องมาเจอกันก่อนเข้าก่อนใคร และยังมี ญี่ปุ่น ที่ก็ประมาทไม่ได้เช่นเดียวกัน ส่วน คอสตา ริก้า เข้ารอบมาด้วยการเฉือนเอาชนะ นิว ซีแลนด์ 1-0 คว้าตั๋วใบสุดท้ายมาได้ ก็ยังต้องมาเหนื่อยต่อ

โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022

สำหรับฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้ายจะแข่งระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน-18 ธันวาคม นี้ที่ ประเทศกาตาร์ แน่นอนว่าฟุตบอลลีกจะมีการพักเบรก โดยคู่เปิดสนามจะเป็น ทีมชาติเซเนกัล ดวลแข้งกับ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และคู่สุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มจะจบลงในเช้าวันที่ 3 ธันวาคม เวลา 02.00 น. (ประเทศไทย)

จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้ายจะแข่งขันระหว่างวันที่ 3 – 7 ธันวาคม ต่อด้วยรอบ 8 ทีมสุดท้าย ระหว่างวันที่ 9 – 11 ธันวาคม และรอบรองชนะเลิศ 14-15 ธันวาคม และรอบชิงชนะเลิศอันดับ 3 วันที่ 17 ธันวาคม และรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 18 ธันวาคม 2565 เวลา 22.00 น. (ประเทศไทย)

โปรแกรมการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม

Qatar-2022-Match-Schedule

21 พฤศจิกายน (เวลาประเทศไทย)

Group A: เซเนกัล – เนเธอร์แลนด์ 17.00 น. – สนาม อัล บายท์ สเตเดียม

กาตาร์ – เอกวาดอร์ 23.00 น. – สนาม อัล ธูมามา สเตเดียม

Group B: อังกฤษ – อิหร่าน 20.00 น. – สนาม คาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล สเตเดียม

สหรัฐอเมริกา – เวลส์ 02.00 น. – สนาม อาห์หมัด บิน อาลี สเตเดียม


22 พฤศจิกายน

Group C: อาร์เจนตินา – ซาอุดีอาระเบีย 17.00 น. – สนาม ลูเซล ไอคอนิก สเตเดียม

เม็กซิโก – โปแลนด์ 23.00 น. – สนาม สเตเดียม 974

Group D: เดนมาร์ก – ตูนิเซีย 20.00 น. – สนาม เอดูเคชั่น ซิตี้ สเตเดียม

ฝรั่งเศส – ออสเตรเลีย 02.00 น. – สนาม อัล จานูบ สเตเดียม


23 พฤศจิกายน

Group E: เยอรมัน – ญี่ปุ่น 20.00 น. – สนาม คาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล สเตเดียม

สเปน – คอสตาริก้า 23.00 น. – สนาม อัล ธูมามา สเตเดียม

Group F: โมร็อกโก – โครเอเชีย 17.00 น. – สนาม อัล บายท์ สเตเดียม

เบลเยียม – แคนาดา 02.00 น. – สนาม อาห์หมัด บิน อาลี สเตเดียม


24 พฤศจิกายน

Group G: สวิตเซอร์แลนด์ – แคเมอรูน 17.00 น. สนาม อัล จานูบ สเตเดียม

บราซิล – เซอร์เบีย 02.00 น. – สนาม ลูเซล ไอคอนิก สเตเดียม

Group H: อุรุกวัย – เกาหลีใต้ 20.00 น. – สนาม เอดูเคชั่น ซิตี้ สเตเดียม

โปรตุเกส – กนานา 23.00 น. – สนาม สเตเดียม 974


25 พฤศจิกายน

Group A: กาตาร์ – เซเนกัล 20.00 น. – สนาม อัล ธูมามา สเตเดียม

เนเธอร์แลนด์ – เอกวาดอร์ 23.00 น. – สนาม คาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล สเตเดียม

Group B: เวลส์ – อิหร่าน 17.00 น. – สนาม อาห์หมัด บิน อาลี สเตเดียม

อังกฤษ – สหรัฐอเมริกา 02.00 น. – สนาม อัล บายท์ สเตเดียม


26 พฤศจิกายน

Group C: โปแลนด์ – ซาอุดีอาระเบีย 20.00 น. – สนาม เอดูเคชั่น ซิตี้ สเตเดียม

อาร์เจนตินา – เม็กซิโก 02.00 น. – สนาม ลูเซล ไอคอนิก สเตเดียม

Group D: ตูนิเซีย – ออสเตรเลีย 17.00 น. – สนาม อัล จานูบ สเตเดียม

ฝรั่งเศส – เดนมาร์ก 23.00 น. – สนาม สเตเดียม 974

27 พฤศจิกายน

Group E: ญี่ปุ่น – คอสตาริก้า 17.00 น. – สนาม อาห์หมัด บิน อาลี สเตเดียม

สเปน – เยอรมัน 02.00 น. – สนาม อัล บายท์ สเตเดียม

Group F: เบลเยียม – โมร็อกโก 20.00 น. – สนาม อัล ธูมามา สเตเดียม

โครเอเชีย – แคนาดา 23.00 น. – สนาม คาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล สเตเดียม


28 พฤศจิกายน

Group  G: แคเมอรูน – เซอร์เบีย 17.00 น. – สนาม อัล จานูบ สเตเดียม

บราซิล – สวิตเซอร์แลนด์ 23.00 น. – สเตเดียม 974

Group H: เกาหลีใต้ – กานา 20.00 น. – สนาม เอดูเคชั่น ซิตี้ สเตเดียม

โปรตุเกส – อุรุกวัย 02.00 น. – สนาม ลูเซล ไอคอนิก สเตเดียม


29 พฤศจิกายน

Group A: เนเธอร์แลนด์ – กาตาร์ 22.00 น. – สนาม อัล บายท์ สเตเดียม

เอกวาดอร์ – เซเนกัล 22.00 น. – สนาม คาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล สเตเดียม

Group B: เวลส์ – อังกฤษ 02.00 น. – สนาม อาห์หมัด บิน อาลี สเตเดียม

อิหร่าน – สหรัฐอเมริกา 02.00 น. – สนาม อัล ธูมามา สเตเดียม


30 พฤศจิกายน

Group C: โปแลนด์ – อาร์เจนตินา 02.00 น. – สนาม สเตเดียม 974

ซาอุดีอาระเบีย – เม็กซิโก 02.00 น. – สนาม ลูเซล ไอคอนิก สเตเดียม

Group D: ตูนิเซีย – ฝรั่งเศส 22.00 น. – สนาม เอดูเคชั่น ซิตี้ สเตเดียม

ออสเตรเลีย – เดนมาร์ก 22.00 น. – อัล จานูบ สเตเดียม


1 ธันวาคม

Group E: ญี่ปุ่น – สเปน 02.00 น. – สนาม คาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล สเตเดียม

คอสตาริก้า – เยอรมัน 02.00 น. – สนาม อัล บายท์ สเตเดียม

Group F: โครเอเชีย – เบลเยียม 22.00 น. – สนาม อาห์หมัด บิน อาลี สเตเดียม

แคนาดา – โมร็อกโก 22.00 น. – สนาม อัล ธูมามา สเตเดียม


2 ธันวาคม

Group G: แคเมอรูน – บราซิล 02.00 น. – สนาม ลูเซล ไอคอนิก สเตเดียม

เซอร์เบีย – สวิตเซอร์แลนด์ 02.00 น. – สนาม สเตเดียม 974

Group H: เกาหลีใต้ – โปรตุเกส 22.00 น. – สนาม เอดูเคชั่น ซิตี้ สเตเดียม

กานา – อุรุกวัย 22.00 น. – สนาม อัล จานูบ สเตเดียม

ลูกฟุตบอลประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ชื่อและความหมาย

ฟุตบอล 2022

ลูกฟุตบอลโลก 2022 ทำการเปิดตัวออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีชื่อว่า Al Rihla – อัล ริห์ลา ภายใต้การดูแลและผลิตโดย อาดิดาส และถือเป็นนวัตกรรมล่าสุดจาก อาดิดาส อีกด้วย เปี่ยมล้นไปด้วยคุณสมบัติทั้งเรื่องของความเร็วในการเคลื่อนที่บนอากาศและความแม่นยำสูงสุด โดยพื้นผิวลูกฟุตบอลทำจากวัสดุโพลียูรีเทน (Polyurethane) มีผิวสัมผัสขนาดเล็กบนชิ้นส่วนรูปแบบใหม่จำนวน 20 ชิ้น โดยจะช่วยพัฒนาความแม่นยำ เสถียรภาพของการเคลื่อนที่ในอากาศ และการยิงลูกฟุตบอลแบบโค้งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลูกฟุตบอล อัล ริห์ลา ถูกออกแบบและผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยี CTR-Core และ Speedshell

CTR-CORE – แกนกลางแบบใหม่ที่อยู่ภายในลูกบอลที่มีการพัฒนาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ความมั่นคง และความเร็วในการเล่นเพื่อตอบโจทย์เกมที่เร็ว อีกทั้งรูปทรงและการกักเก็บอากาศภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

SPEEDSHELL – ในส่วนของพื้นผิวลูกฟุตบอลทำจากวัสดุโพลียูรีเทน โดยมีผิวสัมผัสขนาดเล็กบนชิ้นส่วน 20 ชิ้นเป็นรูปแบบใหม่ โดยจะปรับปรุงพัฒนาในเรื่องของความแม่นยำ รักษาสมดุลเสถียรภาพของการเคลื่อนที่เวลาอยู่ในอากาศ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยิงลูกฟุตบอลแบบโค้งให้เข้าเป้าและแม่นยำมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าคงสร้างความลำบากให้กับบรรดาผู้รักษาประตูพอสมควร

นอกเหนือจากประสิทธิภาพที่เพิ่มมาแล้วทาง อาดิดาส ยังออกแบบ ลูกฟุตบอล อัล ริห์ลา อย่างพิถีพิถันโดยมุ่งเน้นไปที่การใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้น้ำหมึกและกาวที่มีส่วนผสมหลักจากน้ำ และแน่นอนว่านี่ถือว่าเป็นลูกฟุตบอลลูกแรกของการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ใช้การผลิตในลักษณะนี้

ในส่วนของลวดลายและสีสันที่สวยงามแสดงถึงความรวดเร็วและความเข้มข้นและตื่นเต้นของการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยกระตุ้นความตื่นเต้นให้กับผู้เล่นที่อยู่ในสนามรวมไปถึงแฟนบอลจากทั่วทุกมุมโลก  โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรม อีกทั้งรูปทรงของเรือที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และธงประจำชาติกาตาร์ประเทศเจ้าภาพนั่นเอง

โดยคำว่า Al Rihla – อัล ริห์ลา  มาจากภาษาอาหรับ ซึ่งความหมายในภาษาอังกฤษคือ The Journey หรือแปลเป็นไทยคือ การเดินทาง

ทีมเต็ง ถูกจับตามองมีโอกาสคว้าแชมป์ในฟุตบอลโลก 2022

เจ้าของแชมป์ครั้งล่าสุดอย่างตราไก่ฝรั่งเศส ยังคงอยู่ในข่ายป้องกันแชมป์ได้ ด้วยขุมกำลังที่ช่วงวัยกำลังอยู่ในจุดพีคหลายคน อีกทั้งดาวยิงตัวเก่งของทีมอย่าง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ยังคงท็อปฟอร์มต่อเนื่องไม่มีแผ่ว อย่างไรก็ตามการป้องกันแชมป์ในศึกฟุตบอลโลกยังคงเป็นเรื่องยากเสมอ โดยบ่อนรับแทงพนันถูกกฎหมายจากแดนผู้ดี อย่าง Oddschecker ได้ทำการตั้งเรทราคาต่อรองของทีมเต็งที่มีโอกาสก้าวไปคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022

อัตราต่อรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ล่าสุด โดย Oddschecker

บราซิล

บราซิล 11/2 

ฝรั่งเศส 7/1

สเปน 9/1

อังกฤษ 6/1

อาร์เจนตินา

อาร์เจนตินา 10/1

เยอรมนี

เยอรมนี 12/1

ทีมม้ามืด ที่ควรจับตามอง

ทีมม้ามืดประจำทัวร์นาเมนต์ใหญ่มักจะมีเสมอและเกือบจะทุกครั้งในการแข่งขันฟุตบอลโลกก็มักจะมีทีมคลื่นใต้น้ำโชว์ฟอร์มเซอร์ไพร์สแฟนบอลและคู่แข่งเสมอ

เซเนกัล เป็นทีมแรก ๆ ที่ควรจับตามองมากที่สุด เจ้าของแชมป์ทวีปแอฟริกา ที่มีกองหน้าซูเปอร์สตาร์ อย่าง ซาดิโอ มาเน่ นำทัพ ผลงานของพวกเขาถือว่าอยู่ในช่วงมั่นใจแบบสุดขีดความเข้าใจและระบบการเล่นของทีมนี้ประมาทไม่ได้

แคนาดา เป็นอีกทีมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน พวกเขาการันตีการผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วยการเป็นทีมแรกจากโซน คอนคาเคฟ  แคนาดา ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ จอห์น เฮิร์ดแมน มีผลงานอย่างยอดเยี่ยม โดยมีสถิติลงแข่ง 13 เกมชนะ 8, เสมอ 4 และแพ้เพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นแล้วการได้เข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้ายของ แคนาดา ถือเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์วงการลูกหนังของประเทศ โดยก่อนหน้านี้พวกเขาเคยได้สัมผัสฟุตบอลโลกครั้งแรกมาแล้วในปี 1986 ที่ประเทศเม็กซิโก หรือ 36 ปีที่แล้ว

กาตาร์ แม้ว่าจะการันตีการเข้ารอบมาด้วยการเป็นเจ้าภาพ แต่ด้วยศักยภาพและการเป็นเจ้าบ้าน ทีมนี้ก็อยู่ในข่ายที่น่าจับตามอง

เวลส์ ทีมนี้ผลงานของพวกเขาไม่ได้สวยหรูหรือน่านใจอะไรมาก แต่ด้วยใจที่สู้แบบไม่ยอมแพ้จนสามารถคว้าตั๋วมาลุยฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายได้สำเร็จในรอบ 64 ปี เชื่อว่าจะเป็นแรงส่งให้พวกเขางัดทุกอย่างที่มีออกมาสู้ และทีมที่สู้มาก ๆ แบบนี้แหล่ะ ประมาทไม่ได้เลย

ตัวเต็งดาวซัลโวที่ลงเล่นฟุตบอลโลก 2022

อีกหนึ่งรางวัลที่น่าจับตามองนั่นก็คือรางวัลรองเท้าทองคำหรือดาวยิงสูงสุดของทัวร์นาเมนต์นี้ เพราะถือเป็นศักดิ์ศรีและความสำเร็จของนักเตะแบบที่น้อยคนจะมีโอกาสก้าวไปจนตรงนั้น โดยเจ้าของรางวัลคนล่าสุดอย่าง แฮร์รี่ เคน ยังคงอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเจ้าตัวจะยังคงได้โอกาสไปลุยบอลโลกกับทัพสิงโตคำราม หนนี้ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามการจะป้องกันรางวัลนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และนี่คือตัวเต็งที่มีโอกาสก้าวไปคว้ารางวัลดาวซัลโวฟุตบอลโลกหนนี้ และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดพวกเขาเหล่านี้จะร่วมสู้ศึกฟุตบอลโลกหนนี้อย่างแน่นอน

ผู้เล่นที่น่าจับตามองในฟุตบอลโลก 2022

แน่นอนว่าทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก ถือเป็นเวทีใหญ่ที่มักจะมีการแจ้งเกิดนักเตะธรรมให้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ลูกหนังเสมอแทบจะทุกครั้งเลยก็ว่าได้ สำหรับปีนี้มีผู้เล่นหลายคนที่น่าจับตามองรวมไปถึงดาวรุ่งที่ทำผลงานได้ดีกับสโมสรหลายราย

จู๊ด เบลลิงแฮม

จู๊ด เบลลิงแฮม (อังกฤษ) ด้วยวัยเพียง 19 ปี เบลลิงแฮม ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ได้อย่างไม่ยากเย็นด้วยผลงานและความมั่นใจที่เกินวัย

จามัล มูเซียล่า

จามัล มูเซียล่า (เยอรมัน) ดาวเตะในวัย 19 ปี อยู่ในช่วงที่ทำผลงานได้น่าประทับใจกับ บาเยิร์น มิวนิค และได้โอกาสติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่เรียบร้อยแล้ว

โจนาธาน เดวิด (แคนาดา) กองหน้าในวัย 22 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมนอกจากจะพา แคนาดา ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้สำเร็จแล้ว เจ้าตัวยังยิงให้กับ ลีลส์ ต้นสังกัดปัจจุบันในลีก เอิง ได้ถึง 18 ประตู จากการลงสนาม 46 เกมในทุกรายการ

ซน ฮึง  มิน (เกาหลีใต้) ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นล่าสุด เป็นอีกคนที่น่าจับมองว่าเข้าจะสามารถพาทัพโสมขาวไปไกลได้ถึงรอบไหนในฟุตบอลโลกหนนี้

ซน ฮึง  มิน

กาบี้ (สเปน) กองกลางจอมทักษะในวัยเพียง 18 ปี ก้าวขึ้นมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ บาร์เซโลน่า และถูกคาดหวังว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักกับ เจ้าบุญทุ่มในอนาคต นอกจากนี้ในนามทีมชาติเจ้าตัวก็ได้รับโอกาสติดธงกระทิงดุชุดใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ

กาบี้ (สเปน)

ฮัสซัน อัล ไฮดอส (กาตาร์) กองหน้ากัปตันทีมชาติกาตาร์ ในวัย 31 ปี เป็นคนที่น่าจับตามองว่าเขาจะสามารถพาเจ้าถาพไปไกลถึงรอบไหน ฤดูกาลล่าสุดเจ้าตัวยิงประตูในนามสโมสรไปทั้งหมด 8 ประตูจากการลงสนาม 25 เกมในทุกรายการ

การถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2022

สำหรับการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกหนนี้ในประเทศไทยยังไม่มีการยืนยันหรือเปิดเผยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามทางฝั่ง BBC และ ITV จะรับหน้าที่ถ่ายทอดสดให้แฟนบอลในสหราชอาณาจักรได้รับชม ส่วน Fox และ Telemundo สองสถานีชั้นนำแทบลาตินอเมริกาจะถ่ายทอดสดให้แฟนบอลในอเมริกาได้รับชม

BBC
ITV
Telemundo

กรรมการหญิงลงเป่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

ทาง FIFA ได้ทำการประกาศรายชื่อกรรมการที่จะเข้าร่วมตัดสินการแข่งขันครั้งนี้ออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยมีกรรมการที่เป็นผู้หญิง 3 คน และผู้ช่วยอีก 3 คน ผู้ตัดสินหญิง 3 คน ประกอบไปด้วย สเตฟฟานี่ แฟร็ปพาร์ต จากฝรั่งเศส, ซาลิม่า มูกันซานก้า จากรวันดา และ โยชิมิ ยามาชิตะ จากญี่ปุ่น และสำหรับผู้ช่วยผู้ตัดสินและ วีเออาร์ หญิงมี 3 คน ประกอบไปด้วย นูซ่า แบ็ค จากบราซิล, คาเรน ดิอาซ เมดิน่า จากเม็กซิโก และ แคธรีน เนสบิตต์ จากสหรัฐอเมริกา

สเตฟฟานี่ แฟร็ปพาร์ต
ซาลิม่า มูกันซานก้า
โยชิมิ ยามาชิตะ

นี่เป็นครั้งสุดท้ายของฟุตบอลที่จะมี 32 ทีม

นี่จะเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายที่จะมีทีมเข้าร่วมแข่งขันในรอบสุดท้าย 32 ทีม เนื่องจากล่าสุดทาง FIFA ยืนยันแล้วว่าฟุตบอลโลกครั้งถัดไปหรือปี 2026 จะเพิ่มทีมเข้าร่วมรอบสุดท้ายเป็น 48 ทีมด้วยกัน การแข่งขันจะเริ่มแบบ 3 ทีม 16 กลุ่ม จากนั้นสองทีมที่ดีที่สุดของแต่ละกลุ่มจะไปเล่นรอบ 32 ทีมสุดท้ายแบบแพ้คัดออก จำนวนเกมส์การแข่งขันจะเพิ่มจาก 64 เป็น 80 นัด แต่เกมส์รอบสุดท้าย (รอบก่อนรองชนะเลิศ รองชนะเลิศ ชิงอันดับสาม และชิงชนะเลิศ) จะยังเป็น 7 นัดเหมือนเดิม และจะจัดการแข่งขันทั้งหมด 32 วันเช่นเดิม

คู่ชิงในฝันของคุณเป็นทีมไหน ?

เชื่อว่าคู่ชิงในฝันของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นการพบกันของ อาร์เจนติน่า และ โปรตุเกส สองทีมชาติที่มียอดนักเตะแห่งยุคอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้  ที่เชื่อกันว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาจะเข้าร่วม และเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่สุดที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่เคยก้าวไปถึงการเป็นแชมป์

Qatar-World-Cup-2022

ฟุตบอลโลกครั้งแรกในโลก อาหรับ

ฟุตบอลโลกหนี้ถือเป็นการจัดการแข่งขันในดินแดนอาหรับครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยช่วงที่ผ่านมามีการจัดการแข่งขันมาแล้วทุกทวีปทั่วโลก หลากหลายวัฒนธรรมและศาสนา แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกในโลกอาหรับที่ประเทศกาตาร์ แน่นอนว่า กาตาร์ ลงทุนลงแรงอย่างมหาศาลเพื่อหวังสร้างความประทับใจให้แก่แฟนบอลทั่วโลกที่เดินทางมาชมด้วยตนเองและส่งไปถึงแฟน ๆ ที่รับชมจากทางบ้านทั่วทุกมุมโลก

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า  การได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพฟุตบอลของ กาตาร์ กลายเป็นที่ครหาของวงการ เนื่องจากที่ผ่านมา กาตาร์ พวกเขาไม่เคยมีปูมหลังกับความสำเร็จในด้านวงการฟุตบอล อีกทั้งเรื่องของสภาพอากาศที่ กาตาร์ ก็ไม่เหมาะสมกับการจัดแข่งฟุตบอล จนต้องมีการปรับเปลี่ยนเวลาไปเตะกันในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลโลกไม่ได้จัดในช่วงกลางปี นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า กาตาร์ ใช้เงินมหาศาล ติดสินบนเจ้าหน้าที่ระดับสูง เพื่อให้ได้สิทธิ์จัดการแข่งขันในฐานะเจ้าภาพเดี่ยว

เพลงฟุตบอลโลก 2022

Hayya Hayya (Better Together) – เฮย์ย่า เฮย์ย่า  สำหรับเพลงนี้ขับร้องโดย ไอชา ศิลปินชื่อดังของประเทศ กาตาร์ ร่วมกับสองศิลปินจากอเมริกา อย่าง ตรินิแดด คาร์โดน่า, ดาวิโด้ และ อิช่า โดยเพลงนี้เป็นการผสมผสาน เสียงร้องจากทวีปอเมริกา, แอฟริกา และตะวันออกกลางมารวมกันอย่างลงตัว จึงทำให้เพลงนี้เป็นสัญลักษณ์ถึงการที่ดนตรีและโลกของฟุตบอลที่สามารถผสมผสานและผนึกรวมโลกเป็นหนึ่งเดียวกันได้

ประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในฟุตบอลโลก

น่าเสียดายที่ฟุตบอลโลกครั้งนี้ทีมชาติ อิตาลี เจ้าของแชมป์ 4 สมัย ยังคงไม่ได้ผ่านเข้ามาเล่นในรอบ

– สเปน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส 1 สมัย

– อาร์เจนติน่า, อุรุกวัย, ฝรั่งเศส 2 สมัย

– อิตาลี, เยอรมนี 4 สมัย

– อันดับ 1 บราซิล 5 สมัย

ดาวซัลโวสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

มิโรสลาฟ โคลเซ่ (เยอรมนี) – 16 ประตู

โรนัลโด้ R9 (บราซิล) – 15 ประตู

เกิร์ด มุลเลอร์ (เยอรมนีตะวันตก) – 14 ประตู

จัสท์ ฟงแตน (ฝรั่งเศส) – 13 ประตู

เปเล่ (บราซิล) – 12 ประตู

ซานเดอร์ ค็อกซิส (ฮังการี) – 11 ประตู

เจอร์เก้น คลินส์มันน์ (เยอรมนี) – 11 ประตู

เฮลมุท ราห์น (เยอรมนีตะวันตก) – 10 ประตู

แกรี่ ลินิเกอร์ (อังกฤษ) – 10 ประตู

กาเบรียล บาติสตูต้า (อาร์เจนตินา) – 10 ประตู

ทำเนียบแชมป์ฟุตบอลโลก

ทำเนียบแชมป์ฟุตบอลโลก

ครั้งที่ 1 ปี ค.ศ. 1930 ประเทศอุรุกวัย

ครั้งที่ 2 ปี ค.ศ.1934 ประเทศอิตาลี

ครั้งที่ 3 ปี ค.ศ.1938 ประเทศอิตาลี

ครั้งที่ 4 ปี ค.ศ.1950 ประเทศอุรุกวัย

ครั้งที่ 5 ปี ค.ศ.1954 ประเทศเยอรมนีตะวันตก

ครั้งที่ 6 ปี ค.ศ.1958 ประเทศบราซิล

ครั้งที่ 7 ปี ค.ศ.1962 ประเทศบราซิล

ครั้งที่ 8 ปี ค.ศ.1966 ประเทศอังกฤษ

ครั้งที่ 9 ปี ค.ศ.1970 ประเทศบราซิล

ครั้งที่ 10 ปี ค.ศ.1974 ประเทศเยอรมนีตะวันตก

ครั้งที่ 11 ปี ค.ศ.1978 ประเทศอาร์เจนตินา

ครั้งที่ 12 ปี ค.ศ.1982 ประเทศอิตาลี

ครั้งที่ 13 ปี ค.ศ.1986 ประเทศอาร์เจนตินา

ครั้งที่ 14 ปี ค.ศ.1990 ประเทศเยอรมนีตะวันตก

ครั้งที่ 15 ปี ค.ศ.1994 ประเทศบราซิล

ครั้งที่ 16 ปี ค.ศ.1998 ประเทศฝรั่งเศส

ครั้งที่ 17 ปี ค.ศ.2002 ประเทศบราซิล

ครั้งที่ 18 ปี ค.ศ.2006 ประเทศอิตาลี

ครั้งที่ 19 ปี ค.ศ.2010 ประเทศสเปน

ครั้งที่ 20 ปี ค.ศ.2014 ประเทศเยอรมนี

ครั้งที่ 21 ปี ค.ศ.2018 ประเทศฝรั่งเศส

ฟุตบอลโลก 2026

เจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งถัดไป

สำหรับเจ้าภาพครั้งถัดไปได้มีการยืนยันเรียบร้อยแล้ว โดยจะมี 3 ชาติ สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และ แคนาดา เป็นเจ้าภาพร่วม โดยมีทั้งหมด 16 สนามรองรับการแข่งขัน สหรัฐอเมริกา จะใช้  11 สนามเป็นสังเวียน เม็กซิโก 3  สนาม และ แคนาดา 2 สนาม