เพื่อนแท้ตั้งแต่วันแรก! ‘โรเบิร์ตสัน’ เปิดใจถึงมิตรภาพ 9 ปี และการอำลาลิเวอร์พูลของ ‘ซาลาห์’

BK8 – ความผูกพันที่มากกว่าฟุตบอล: ‘โรเบิร์ตสัน’ สดุดี ‘ซาลาห์’ ก่อนวันอำลาแอนฟิลด์ – แทงบอล
เมื่อ เยอร์เก้น คล็อปป์ เริ่มต้นสร้างระบบ “ฟุตบอลเฮฟวี่เมทัล” ที่ลิเวอร์พูล แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คือสองจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาขับเคลื่อนจังหวะดนตรีนั้นให้สมบูรณ์แบบ
ทั้งคู่เก็บกระเป๋าย้ายเข้าสู่ถิ่นแอนฟิลด์ในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ปี 2017 ในเวลาไล่เลี่ยกัน ด้วยพละกำลังที่ล้นเหลือและความเร็วที่จัดจ้าน พวกเขาถูกสร้างมาเพื่อสไตล์ของคล็อปป์โดยเฉพาะ ทว่า 9 ปีให้หลัง หลังจากกวาดทุกแชมป์เมเจอร์ร่วมกัน ซัมเมอร์นี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ทั้งคู่ต้องกล่าวคำอำลาลิเวอร์พูลไปพร้อมๆ กัน
เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ ซาลาห์ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าเขาจะย้ายออกจากสโมสรหลังจบฤดูกาล ในขณะที่สัญญาของโรเบิร์ตสันเองก็กำลังจะหมดลงในเดือนมิถุนายนนี้เช่นกัน
แรงผลักดันจากเพื่อนในวันที่ขาดความมั่นใจ
กัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ได้ออกมากล่าวสดุดีเพื่อนร่วมทีม ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ยอดนักเตะแห่งยุคพรีเมียร์ลีก แต่ยังเป็น “เพื่อนแท้” นอกสนาม โดยเฉพาะในช่วงแรกที่โรเบิร์ตสันย้ายมาจาก ฮัลล์ ซิตี้ และยังคลางแคลงใจในฝีเท้าของตัวเอง
“โมกับผมสนิทกันตั้งแต่วันแรก เราเซ็นสัญญาย้ายมาในตลาดรอบเดียวกัน” โรเบิร์ตสัน รำลึกความหลัง “เขาช่วยผมไว้เยอะมากตั้งแต่ตอนที่ผมเข้ามาใหม่ๆ ผมย้ายมาจากฮัลล์และอาจจะไม่ได้มีความเชื่อมั่นในตัวเองมากเท่าที่ควร ช่วงแรกผมยังมองตัวเองว่าเป็นแค่นักเตะฮัลล์ที่ต้องมาซ้อมแข่งกับพวกดาวดัง แทนที่จะมองว่าตัวเองคือนักเตะลิเวอร์พูล”
“มีหลายคนที่มีอิทธิพลกับผมในช่วงนั้น ทั้ง เจมส์ มิลเนอร์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อดัม ลัลลาน่า… พวกเขาทำให้ผมเชื่อมั่นในสิ่งที่ผมสามารถทำได้ และโมก็เป็นส่วนสำคัญในเรื่องนั้น”
ทัศนคติระดับอีลีท และความผูกพันแบบครอบครัว
สิ่งที่โรเบิร์ตสันชื่นชมในตัวซาลาห์มากที่สุดคือความเป็นมืออาชีพและการดูแลร่างกายอย่างเคร่งครัด
“สำหรับโม ทุกนาทีในแต่ละวันอุทิศให้กับฟุตบอล นั่นคือเหตุผลที่เขามีสภาพร่างกายที่พีกสุดขีด ผมไม่แน่ใจหรอกนะว่าผมจะมีซิกซ์แพ็กแบบเขาได้ไหม ถึงจะพยายามแล้วก็เถอะ! เขาแทบไม่เคยเจ็บเลย ทัศนคติแบบนั้นแหละคือสิ่งที่คุณต้องมีเพื่อก้าวไปอยู่ระดับอีลีท”
“เราเติบโตมาด้วยกัน ครอบครัวของเรานั่งดูบอลติดกันที่แอนฟิลด์ และเด็กๆ ก็โตมาด้วยกัน เราผ่านอะไรด้วยกันมามากมาย ทั้งจุดสูงสุดและจุดต่ำสุด การได้เรียกเขาว่าเพื่อนร่วมทีม และเพื่อนสนิท ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผม”
ตำนานที่คู่ควรกับการถูกจดจำ
เมื่อพูดถึงสถานะของซาลาห์ในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร โรเบิร์ตสันไม่ลังเลที่จะยกย่องให้เขาอยู่ในระดับท็อป แม้จะแอบหยอกล้อเรื่อง เคนนี่ ดัลกลิช ตำนานรุ่นพี่ชาวสกอตต์ก็ตาม
“ผมคงหมดคำจะพูดถึงโมแล้ว สิ่งที่เขาทำให้สโมสรมันเหลือเชื่อมาก ฤดูกาลที่แล้วเขาแบกพวกเราไว้บนบ่า ตัวเลขสถิติของเขามันบ้าบอมาก เขาคือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลของสโมสร สำหรับผม เคนนี่ (ดัลกลิช) อาจจะเฉือนชนะเขาไปนิดหน่อย ซึ่งผมก็คอยบอกโมเรื่องนี้อยู่ทุกวันแหละ! แต่รองจากเคนนี่ โม ซาลาห์ ก็อยู่ในระดับเดียวกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด หรือ เอียน รัช แน่นอน”
อนาคตที่ยังคลุมเครือ และภารกิจกับทีมชาติ
ในวัย 32 ปี โรเบิร์ตสันกำลังเผชิญกับฤดูกาลที่ได้รับโอกาสลงสนามน้อยลงที่ลิเวอร์พูล เขาเตรียมลงสนามรับใช้ทีมชาติสกอตแลนด์เป็นนัดที่ 91 ในเกมอุ่นเครื่องกับญี่ปุ่น ซึ่งจะทำให้เขาก้าวขึ้นไปรั้งอันดับ 2 ในทำเนียบผู้เล่นที่ติดทีมชาติมากที่สุด ทาบสถิติของ จิม เลห์ตัน และตามหลังเพียง เคนนี่ ดัลกลิช (102 นัด)
เจ้าตัวยอมรับว่า การได้กลับไปรับใช้ชาติและพาสกอตแลนด์เตรียมตัวลุยศึกฟุตบอลโลกหนแรกในรอบ 28 ปี คือสิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจของเขาในฤดูกาลนี้
“การรับใช้ทีมชาติสกอตแลนด์คือสิ่งที่ทำให้ผมยังก้าวต่อไปได้ในฤดูกาลนี้” แบ็กซ้ายจอมเก๋ายอมรับ “ผมไม่ได้ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลมากเท่าปีก่อนๆ มันทำให้ผมมีเป้าหมายให้โฟกัส ตราบใดที่ผมยังคิดว่าตัวเองช่วยทีมได้ ผมก็จะเล่นต่อไป ผมคิดว่าผมยังเหลือเวลาดีๆ ในอาชีพค้าแข้งอยู่อีกหลายปี”


