ถึงเวลาต้องบอกลา! เจาะลึกสถิติชี้ชัด ทำไม ‘ซาลาห์’ และ ‘ลิเวอร์พูล’ ควรแยกทางกันหลังจบฤดูกาล
BK8 – ความจริงเบื้องหลังตัวเลข: ทำไมถึงเวลาที่ ‘ซาลาห์’ และ ‘ลิเวอร์พูล’ ต้องเดินคนละเส้นทาง – แทงบอล
ก่อนอื่นเราต้องเริ่มต้นด้วยการยอมรับความจริงข้อนี้ก่อน: โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คือหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก และทวีปแอฟริกาเคยมีมา
การสดุดีผลงานตลอด 9 ปีในแอนฟิลด์ของเขาจะเกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในตอนจบฤดูกาลแน่นอน แต่ในฐานะคนฟุตบอล เราจำเป็นต้องพูดถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในฤดูกาล 2025-26 ว่ามันแตกต่างจากเดิมไปมากแค่ไหน
ตัวเลขที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้า
ไม่ถึง 12 เดือนหลังจากเซ็นสัญญาฉบับใหม่ ผลงานในเกมรุกของซาลาห์ตกลงอย่างน่าตกใจ จากฤดูกาลก่อนที่เขากระหน่ำไปถึง 29 ประตูพาหงส์แดงผงาดคว้าแชมป์ลีก มาฤดูกาลนี้ ตัวเลขการทำประตูในลีกของเขาหยุดอยู่เพียงแค่ 5 ลูกเท่านั้น
สำหรับนักเตะทั่วไป นี่คือช่วงเวลาฟอร์มตกที่น่ากังวล แต่สำหรับซาลาห์ ชายผู้ครองสถิติยิง 189 ประตู 92 แอสซิสต์ และเจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำ 4 สมัย มาตรฐานของเขาถูกตั้งไว้สูงลิบลิ่วจนทะลุเพดาน การเปรียบเทียบความดร็อปลงของเขา จึงต้องเปรียบเทียบกับ “ตัวเขาเองในอดีต” เท่านั้น
ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ แต่วิธีการก็หายไป
บางคนอาจมองว่านี่คือ “อาถรรพ์ปีสุดท้ายของสัญญา” (Contract-year phenomenon) ที่นักเตะมักจะฟอร์มรูดหลังได้สัญญาใหม่ แต่นั่นเป็นข้อสรุปที่มักง่ายเกินไป เมื่อเราเจาะลึกลงไปในข้อมูลสถิติเชิงลึก (xG) เราจะเห็นถึงกราฟที่ดิ่งลงอย่างชัดเจน
-
โอกาสสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษ: ลดลงเหลือ 7.8 ครั้งต่อ 90 นาที (ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาพรีเมียร์ลีก)
-
โอกาสง้างเท้ายิง (ไม่รวมจุดโทษ): ลดลงเหลือ 2.8 ครั้งต่อ 90 นาที (เป็นฤดูกาลแรกที่เฉลี่ยต่ำกว่า 3 ครั้ง)
-
พื้นที่เก่ง (The Salah Zone): แม้เขาจะยังอยู่ในจุดที่ถนัด แต่คุณภาพของโอกาสยิง (xG ต่อการยิง) กลับตกลงเหลือ 0.11
-
อัตราการเสียบอล: พุ่งสูงถึง 37% ซึ่งเป็นตัวเลขที่แย่ที่สุดในการสวมเสื้อสีแดง
ในอดีต เรายอมรับการเสียบอลของซาลาห์ได้ เพราะเขามักจะสร้างความมหัศจรรย์และเปลี่ยนมันเป็นประตูได้เสมอ แต่เมื่อประตูเหล่านั้นหายไป ความหงุดหงิดในแอนฟิลด์จึงเริ่มก่อตัวขึ้น
รอยต่อของแท็คติก และสังขารที่หลบซ่อนไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดทั้งหมดไม่ได้ตกอยู่ที่ซาลาห์เพียงคนเดียว อาวุธสำคัญในฤดูกาลคว้าแชมป์คือการวิ่งสอดขึ้นมา (Underlapping) ของเพื่อนร่วมทีม เพื่อดึงตัวประกบและเปิดพื้นที่ให้ซาลาห์ แต่ในปีนี้ ปัญหาในตำแหน่งแบ็กขวาทำให้สูตรสำเร็จนั้นหายไป ซาลาห์จึงต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวบ่อยครั้ง
ประกอบกับอายุ 33 ปี ความเร็วระดับระเบิดพลังที่เคยใช้กระชากหนีฟูลแบ็กในพื้นที่แคบๆ เริ่มเลือนหายไป อัตราการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่ง (Take-on success) ในฤดูกาลนี้ตกลงมาเหลือเพียง 19.7% ซึ่งต่ำที่สุดในอาชีพการค้าแข้งกับลิเวอร์พูล
เกมล่าสุดที่ชนะ กาลาตาซาราย 4-0 ซาลาห์กลับมาเล่นได้อย่างโดดเด่นอีกครั้งจากการถูกขยับเข้าไปยืนตรงกลางมากขึ้น ซึ่งช่วยลดภาระเกมรับ ทว่าในภาพรวมของระบบ อาร์เน่ สล็อต ทีมต้องการ “ความเข้มข้น พลังงาน และความเร็ว” ซึ่งเป็นสิ่งที่พลังของซาลาห์ในปัจจุบันไม่สามารถตอบสนองได้เต็มร้อยอีกต่อไป
การจากลาที่งดงามที่สุด
ฟุตบอลยุคใหม่ ประตูเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป (เรื่องนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สมัยกลับแมนฯ ยูไนเต็ด เข้าใจดี) ดังนั้น การแยกทางกันในตอนนี้ จึงเป็น “ทางลง” ที่ดีที่สุดสำหรับผลประโยชน์ของสโมสรในฤดูกาลหน้า
หลังจากการแถลงอำลา เชื่อว่าภูเขาที่ทับอกซาลาห์อยู่คงถูกยกออกไปหมดแล้ว และด้วยกรอบความคิดระดับยอดมนุษย์ของเขา เราคงไม่แปลกใจหากกษัตริย์อียิปต์องค์นี้ จะกลับมาระเบิดฟอร์มทำประตูทิ้งทวนในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนจะโบกมือลาบ้านหลังนี้ไปอย่างสง่างาม
เพราะท้ายที่สุดแล้ว มาตรฐานของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์… ก็ถูกกำหนดโดยตัวเขาเอง และมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น

