ฝันร้ายที่ริยาด! “ดาร์วิน นูนเญซ” โดนหั่นชื่อพ้นทัพ อัล-ฮิลาล เซ่นทาง “เบนเซม่า” – ลือเตรียมเผ่นกลับยุโรปหลังล้มเหลวในซาอุฯ
BK8 – ฝันร้ายที่ดินแดนทะเลทราย: เมื่อ “ดาร์วิน นูนเญซ” กลายเป็นเหยื่อการตลาดและกฎโควตาในถัพ อัล-ฮิลาล – แทงบอล
ชีวิตในวงการฟุตบอลมักจะเล่นตลกกับเราเสมอ กรณีของ ดาร์วิน นูนเญซ คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด จากกองหน้าที่เคยถูกคาดหวังว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นตำนานบทใหม่ในถิ่นแอนฟิลด์ด้วยค่าตัวมหาศาล 85 ล้านปอนด์ กลับต้องมาเผชิญความโดดเดี่ยวที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย หลังจากถูกต้นสังกัดอย่าง อัล-ฮิลาล ตัดชื่อออกจากรายการแข่งขันภายในประเทศอย่างเป็นทางการ
เบนเซม่ามา… นูนเญซไป?
ชนวนเหตุสำคัญของการตัดสินใจครั้งนี้คือการเซ็นสัญญากับ คาริม เบนเซม่า ยอดดาวยิงระดับตำนานชาวฝรั่งเศส ซึ่งเมื่อบวกกับกฎระเบียบของลีกซาอุฯ ที่อนุญาตให้ลงทะเบียนนักเตะต่างชาติที่เกิดก่อนปี 2003 ได้เพียง 8 คนเท่านั้น ทำให้นูนเญซกลายเป็น “ผู้โชคร้าย” ที่ต้องหลีกทางให้รุ่นพี่
ซิโมเน่ อินซากี้ กุนซือของ อัล-ฮิลาล ยอมรับว่านี่คือหนึ่งในการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตการคุมทีม:
“การต้องบอกนัดเตะที่มีคุณภาพอย่างนูนเญซว่าเขาไม่สามารถลงเล่นในลีกได้เป็นเรื่องที่น่าลำบากใจ แต่ด้วยข้อจำกัดทางกฎเกณฑ์และการมาของแชมเปี้ยนอย่างเบนเซม่า ผมจึงต้องตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของสโมสร”
นั่นหมายความว่า นูนเญซที่ยิงไป 7 ประตูจาก 23 เกม จะเหลือโอกาสลงเล่นเพียงแค่ในรายการ เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก ซึ่งอาจเหลือเกมให้เขาโชว์ฝีเท้าได้อีกไม่เกิน 5 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนี้
ย้อนรอยความเจ็บปวดจากลิเวอร์พูล
ย้อนกลับไปในช่วงที่เขายังอยู่กับลิเวอร์พูล นูนเญซต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อแย่งตำแหน่งในยุคของ อาร์เน่ สล็อต จนสุดท้ายตัดสินใจย้ายมาหาความท้าทายใหม่ในตะวันออกกลางด้วยค่าตัว 46 ล้านปอนด์เมื่อซัมเมอร์ก่อน
ความน่าสนใจอยู่ที่ว่า ครั้งหนึ่ง นาโปลี ทีมแชมป์จากอิตาลี (ปี 2023) เคยยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวเขาไปร่วมทีมในราคา 45 ล้านปอนด์ แต่ด้วยเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยาวนานเกินไปทำให้ลิเวอร์พูลปฏิเสธข้อเสนอนั้นไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งหากวันนั้นการย้ายทีมสู่กัลโช่ เซเรีย อา เกิดขึ้น เส้นทางชีวิตของเขาในวันนี้อาจต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ปลายทางต่อไป: ยุโรปคือคำตอบ?
มีรายงานหนาหูว่า นูนเญซไม่สามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตในตะวันออกกลางได้อย่างที่ตั้งใจไว้ และการถูกถอดชื่อครั้งนี้เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาต้องการย้ายกลับไปค้าแข้งในยุโรปอีกครั้ง ท่ามกลางความสนใจจากหลายสโมสรที่ยังเชื่อมั่นใน “พลังแฝง” และความดุดันของเขา
บทสรุปของ “เทพเจ้าแห่งความโกลาหล” ในซาอุฯ อาจจบลงเร็วกว่าที่คิด แต่สำหรับแฟนบอลที่ยังรักและเชื่อมั่นในตัวเขา คำถามเดียวที่เหลืออยู่คือ… ใครจะเป็นคนมอบโอกาสครั้งใหม่ให้ชายที่ชื่อ ดาร์วิน นูนเญซ อีกครั้ง?
