“รู้งี้ไม่ไปดีกว่า!” เวรอน เปิดใจปมย้ายซบ เชลซี คือความผิดพลาดเดียวในชีวิตที่ทิ้ง “แมนยู”
BK8 – ไม่ใช่ทุกคนที่จะรอดในพรีเมียร์ลีก… แต่สำหรับ “ฮวน เซบาสเตียน เวรอน” การล้มเหลวที่ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจไม่เจ็บปวดเท่ากับการตัดสินใจทิ้ง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ไปอยู่กับ เชลซี ซึ่งกลายเป็น “ความเสียใจ” ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเขา – แทงบอล
หากเอ่ยชื่อนักเตะระดับโลกที่ย้ายมาดับในพรีเมียร์ลีก ชื่อของ ฮวน เซบาสเตียน เวรอน มักจะติดโผอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ ย้อนกลับไปเมื่อต้นยุค 2000s เขาคือมิดฟิลด์ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของ กัลโช่ เซเรีย อา และเป็นหัวใจสำคัญของ ลาซิโอ แต่เมื่อย้ายมาสวมเสื้อ “ปีศาจแดง” ด้วยค่าตัวสถิติเกาะอังกฤษในเวลานั้น เขากลับไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้สม่ำเสมอ
ความกดดันใน “โรงละครแห่งความฝัน” เวรอน ต้องเจอกับกำแพงหินในแดนกลางที่มี รอย คีน และ พอล สโคลส์ จับจองอยู่แล้ว บวกกับสไตล์ฟุตบอล 4-4-2 ที่เน้นพละกำลัง ทำให้จอมทัพเชิงสูงชาวอาร์เจนไตน์ปรับตัวได้ยาก แม้จะมีช็อตมหัศจรรย์อย่างการยิง สเปอร์ส ในเกมคัมแบ็ก 5-3 แต่ภาพรวมถือว่าสอบตก จนถูกขายให้ เชลซี ในยุคเริ่มต้นของ โรมัน อบราโมวิช หลังผ่านไปแค่ 2 ฤดูกาล
แผลใจที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เวรอน ในวัย 50 ปี (ปัจจุบัน) เคยเปิดใจถึงช่วงเวลานั้นว่า การย้ายไปลอนดอนคือความผิดพลาด “ที่เชลซี ความจริงคือผมมีเวลาโชว์ของน้อยมาก ผมเจ็บหลังหนักจนต้องพักไปเกือบ 6 เดือน ตอนนั้นใจผมลอยกลับไปอิตาลีแล้ว มากกว่าจะคิดเรื่องสู้อยู่ต่อในอังกฤษ”
“กับยูไนเต็ด… มีน้อยเรื่องมากที่ผมเสียใจ แต่หนึ่งในนั้นคือ การทิ้งแมนเชสเตอร์มา พวกเขาไม่เคยไล่ผม ไม่เคยบอกว่า ‘นายต้องไป’ แต่พวกเขามอบทางเลือกให้ผม… ผมคุยกับเพื่อนร่วมทีมหลายคน พวกเขาบอกให้ผมอยู่ต่อ แต่ชั่ววูบหนึ่งผมตัดสินใจย้ายเพราะอยากลงเล่นต่อเนื่อง… ซึ่งผมไม่น่าทำแบบนั้นเลย ผมควรจะอยู่สู้ต่อ“
มุมมองของ “ป๋าเฟอร์กี้” เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เองก็ยอมรับว่าเสียดายพรสวรรค์ของเวรอน “เวรอน เป็นนักเตะที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ แต่เขาพบว่าพรีเมียร์ลีกมันยากไปหน่อย… เขาไม่อยากไปหรอก แต่เอเยนต์ของเขาคุยกับเชลซีไว้แล้ว และข้อเสนอที่เชลซีรยื่นมา (15 ล้านปอนด์) มันดีเกินกว่าที่เราจะปฏิเสธได้ในแง่ธุรกิจ”
สุดท้าย เวรอน ลงเล่นให้เชลซีไปเพียง 14 นัดรวมทุกรายการ (ยิง 1 ลูก) เทียบกับตอนอยู่แมนยูที่ลงไป 82 นัด (ยิง 11 ลูก) กลายเป็นดีลที่ล้มเหลวทั้งสองฝ่าย และเป็นบทเรียนราคาแพงว่า “หญ้าอีกฝั่ง ไม่ได้เขียวกว่าเสมอไป”



