วิกฤตพรีเมียร์ลีกคือพรจากฟ้า! ‘โปเยต์’ ชี้สโมสรร่วง UCL ส่งผลดีต่อ ‘ทูเคิ่ล’ พร้อมเจาะลึกจิตวิญญาณอุรุกวัย
BK8 – จากความบอบช้ำสู่ความหวัง: ‘โปเยต์’ มองข้ามช็อต วิกฤตพรีเมียร์ลีกอาจเป็นกุญแจสู่แชมป์ของ ‘ทูเคิ่ล’ – แทงบอล
ในโลกของฟุตบอล ความล้มเหลวของคนกลุ่มหนึ่ง มักกลายเป็นโอกาสทองของคนอีกกลุ่มเสมอ… สำหรับแฟนบอลอังกฤษ การได้เห็นทีมยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, นิวคาสเซิล, เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กอดคอกันร่วงตกรอบ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อาจเป็นภาพที่บาดตาบาดใจ แต่ในมุมมองของชายที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการลูกหนังอังกฤษมานับทศวรรษอย่าง กุส โปเยต์ เขากลับมองเห็น “แสงสว่าง” ที่ซ่อนอยู่ในความมืดมิดนั้น
พรีเมียร์ลีกที่ตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี
โปเยต์ วัย 58 ปี อดีตมิดฟิลด์ตัวรุกผู้เคยสร้างชื่อกับเชลซีและสเปอร์ส มองว่ามาตรฐานของฟุตบอลอังกฤษในฤดูกาลนี้ตกลงอย่างเห็นได้ชัด การตกรอบฟุตบอลยุโรปเป็นเพียงภาพสะท้อนของปัญหาที่ฝังลึก
“ผมคิดว่านี่คือพรีเมียร์ลีกที่แย่ที่สุดในรอบหลายปีเลยล่ะ” โปเยต์กล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ยกเว้นอาร์เซน่อลกับลิเวอร์พูลแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในแชมเปียนส์ลีกคือเครื่องยืนยันชั้นดี แมนฯ ซิตี้ก็ไม่ใช่ทีมที่ดีที่สุดเหมือนก่อน แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี และสเปอร์ส ก็เปลี่ยนโค้ชกันกลางฤดูกาล… เรากำลังขาดแคลนผู้นำในทีม และขาดนักเตะที่โดดเด่นอย่างแท้จริง”
พรจากฟ้าของ ‘โธมัส ทูเคิ่ล’
ทว่าในความตกต่ำ โปเยต์กลับมองว่านี่คือเรื่องดีที่สุดที่อาจเกิดขึ้นกับ โธมัส ทูเคิ่ล และทีมชาติอังกฤษ
“การที่หลายทีมตกรอบแชมเปียนส์ลีกเร็ว อาจเป็นประโยชน์ต่อทีมชาติ” โปเยต์อธิบาย “นักเตะตัวหลักจะลงเล่นน้อยลง 4-5 นัด พวกเขาจะได้มีสัปดาห์ฝึกซ้อมแบบปกติ เดินทางน้อยลง หากพวกเขาฟิตสมบูรณ์และสภาพจิตใจสดชื่น อังกฤษจะเป็นทีมที่รับมือยากมาก เพราะพวกเขามีครบทั้งพละกำลัง ความเร็ว ทักษะ และสไตล์การเล่นที่ดุดันราวกับพายุไฟ”
สัจธรรมแห่งอุรุกวัย: ชาติเล็กๆ ที่หัวใจใหญ่กว่าโลก
สุดสัปดาห์นี้ โปเยต์จะเดินทางไปที่เวมบลีย์ เพื่อชมเกมอุ่นเครื่องระหว่าง อังกฤษ กับ ชาติบ้านเกิดของเขาอย่าง อุรุกวัย โปเยต์เคยดำรงตำแหน่งประธานองค์กรฟุตบอลเยาวชนแห่งชาติอุรุกวัย (Onfi) เขาได้ค้นพบคำตอบว่า ทำไมประเทศที่มีประชากรเพียง 3.5 ล้านคน ถึงผลิตยอดนักเตะสู่เวทีโลกได้ไม่ขาดสาย
“มันคือความย้อนแย้งครับ ตอนผมทำงานเยาวชน ผมพยายามบอกให้เด็กๆ แค่เล่นให้สนุก ไม่ต้องสนผลการแข่งขัน… แต่ผมแพ้ครับ” โปเยต์เล่าพร้อมรอยยิ้ม “เด็กๆ วัย 5 ถึง 12 ขวบที่นั่น มีแรงปรารถนาที่จะชนะอย่างแรงกล้า อาจจะเพราะครอบครัวที่ตะโกนสั่งให้พวกเขาต้องชนะให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม… นั่นแหละคือสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา ‘ความเป็นอุรุกวัย’ นักเตะที่ก้าวขึ้นมาได้ ล้วนถูกปลูกฝังความเกลียดชังความพ่ายแพ้มาตั้งแต่ 5 ขวบ”
ยุคใหม่ภายใต้ ‘บิเอลซ่า’
ทีมชาติอุรุกวัยยุคนี้ไม่ได้พึ่งพาแค่เกมรับและการโยนบอลให้กองหน้าอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ หรือ เอดินสัน คาวานี่ อีกต่อไป ภายใต้การนำของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือจอมปรัชญา พวกเขามีรูปแบบการเล่นที่สดใหม่ ขับเคลื่อนด้วยแดนกลางระดับโลกอย่าง เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ (ที่เพิ่งกดแฮตทริกใส่แมนฯ ซิตี้ ในแชมเปียนส์ลีก) แม้ดาวยิงอย่าง ดาร์วิน นูนเญซ จะมีปัญหาเรื่องเวลาลงสนามกับต้นสังกัดใหม่อย่าง อัล ฮิลาล ก็ตาม
สำหรับกุส โปเยต์ ที่เพิ่งพาทีมชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส คว้าแชมป์ลีกเกาหลีใต้ เขายังคงเปิดกว้างสำหรับการกลับมาคุมทีมในอังกฤษ หรือแม้กระทั่งการรับไม้ต่อคุมทีมชาติอุรุกวัยในอนาคต… เพราะไม่ว่าฟุตบอลจะเปลี่ยนผ่านไปกี่ยุคสมัย จิตวิญญาณและความรักในเกมลูกหนังของชายคนนี้ ไม่เคยจางหายไปไหนเลย

