สองเสือร่วมถ้ำไม่ได้! ย้อนตำนาน ‘ซลาตัน’ ขู่หักขา ‘ฟาน เดอร์ ฟาร์ท’ รอยร้าวสุดเดือดในแคมป์อาแจ็กซ์
BK8 – เมื่อพรสวรรค์ปะทะอีโก้: เบื้องหลังคำขู่หักขาของ ‘ซลาตัน’ ถึง ‘ฟาน เดอร์ ฟาร์ท’ – แทงบอล
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในศูนย์หน้าที่ยอดเยี่ยมและมีบุคลิกที่จัดจ้านที่สุดแห่งยุค ชายผู้เปรียบตัวเองดั่ง “ราชสีห์” หรือ “พระเจ้า” กวาดความสำเร็จมาแล้วแทบทุกสโมสรที่เขาไปเยือน ทว่าในเส้นทางที่สว่างไสว กลับมีเงาของความขัดแย้งซ่อนอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อบุคลิกที่ใหญ่คับขบวนของเขา ต้องมาปะทะกับคนที่มีความทะเยอทะยานไม่แพ้กัน
หนึ่งในรอยร้าวที่คลาสสิกที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนัง คือมหากาพย์ความขัดแย้งระหว่างเขากับ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท อดีตกัปตันทีมอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม
สองเสือหนุ่มในถ้ำอาแจ็กซ์
ย้อนกลับไปในช่วงต้นยุค 2000 อาแจ็กซ์กำลังสร้างทีมสายเลือดใหม่ที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ ซลาตัน ย้ายจาก มัลโม่ มาร่วมทีมในปี 2001 และก้าวขึ้นเป็นดาวเด่นอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาคือ ในทีมตอนนั้นมี ฟาน เดอร์ ฟาร์ท กัปตันทีมชาวดัตช์ที่เป็นเสมือน “ลูกรัก” ของสโมสรอยู่แล้ว
“ตอนนั้นเราทั้งคู่ยังเด็ก และผมคือผู้เล่นที่ดีที่สุดในอาแจ็กซ์” ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ย้อนความหลัง “แต่พอเขาย้ายเข้ามา เขาก็เชื่อว่าตัวเองคือผู้เล่นที่ดีที่สุดเหมือนกัน มันไม่มีปัญหาอะไรร้ายแรงหรอกครับ มันแค่เรื่องของอีโก้สองคนที่มาปะทะกันในที่เดียว ผมว่าผมสร้างความรำคาญใจให้เขา มากกว่าที่เขาสร้างให้ผมเสียอีก”
แม้จะไม่ลงรอยกันเป็นการส่วนตัว แต่ความเป็นมืออาชีพก็ทำให้ทั้งคู่ลงเล่นร่วมกันถึง 68 นัด และพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 2 สมัย
จุดแตกหัก: จากรอยช้ำสู่คำขู่สยอง
ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลงในอีก 4 ปีต่อมา ในเกมทีมชาติที่ สวีเดน โคจรมาพบกับ เนเธอร์แลนด์ ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ 7 นาทีแรก หลังจากโดน ซลาตัน เสียบสกัดเข้าที่ข้อเท้าอย่างจัง
ด้วยความโกรธและเจ็บปวด ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลังเกมทันทีว่า ซลาตันจงใจทำร้ายเขา แม้ภายหลังเขาจะรู้สึกผิดและโทรไปขอโทษซลาตันเป็นการส่วนตัวแล้ว แต่รอยร้าวนั้นได้ขยายวงกว้างเกินกว่าจะประสาน
ในการประชุมทีมที่อาแจ็กซ์วันรุ่งขึ้น ความเดือดพล่านก็ปะทุขึ้น ซลาตันตะคอกใส่กัปตันทีมของเขาต่อหน้าทุกคน พร้อมประโยคที่กลายเป็นตำนาน:
“ฉันไม่ชอบแก และฉันก็ไม่ชอบที่แกเป็นกัปตันทีม… ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้แกเจ็บ และแกก็รู้เรื่องนั้นดี… แต่ถ้าแกกล่าวหาฉันออกสื่ออีกครั้งล่ะก็ ฉันจะหักขาแกทั้งสองข้าง และครั้งนี้… ฉันจะตั้งใจทำมันจริงๆ”
ความตรงไปตรงมาในวิถีลูกผู้ชาย
เหตุการณ์นั้นทำให้ห้องแต่งตัวของอาแจ็กซ์แบ่งเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ท้ายที่สุด สโมสรใหญ่ไม่อาจเก็บผู้เล่นที่มีอีโก้ระดับนี้ไว้ด้วยกันได้ เพียงสองวันให้หลัง ซลาตัน เก็บกระเป๋าย้ายไปร่วมทีม ยูเวนตุส ในอิตาลี ส่วน ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ได้อยู่กับสโมสรที่เขารักต่อไป ก่อนจะย้ายไปฮัมบูร์กในปีถัดมา
หลายปีผ่านไป เมื่อกาลเวลาช่วยตกตะกอนอารมณ์ ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ยอมรับว่าซลาตันเป็นคนพูดคำขู่นั้นจริงๆ แต่เขากลับมองย้อนไปด้วยความเคารพ
“จริงอยู่ที่เราเข้ากันไม่ได้เลย” อดีตมิดฟิลด์สเปอร์สทิ้งท้าย “แต่ถ้าให้เลือก ผมขออยู่ในทีมที่มีคนที่พูดจาตรงไปตรงมาแบบเขาดีกว่า ถึงแม้มันจะหมายความว่าเราต้องทะเลาะกันบ้างก็ตาม”
เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในโลกของฟุตบอลระดับสูง ความกดดันและความกระหายชัยชนะสามารถหล่อหลอมให้เกิดทั้งความยิ่งใหญ่และความขัดแย้ง แต่ในท้ายที่สุด “ความสัตย์จริง” ต่อความรู้สึกของตัวเอง คือสิ่งที่นักเตะระดับตำนานมีเหมือนกันเสมอ


