ห้ามพลาดซ้ำสอง! เปิด “หลุมพรางมรณะ” ที่แมนยู ต้องระวังหลังปลด “อโมริม” – จับตา “เฟลตเชอร์” คุมทัพลุ้นส่งลูกชายลงสนาม
BK8 – โอลด์ แทรฟฟอร์ด กลายเป็น “โรงละครแห่งความฝันสลาย” (Theatre of Broken Dreams) อีกครั้ง เมื่อ รูเบน อโมริม กลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดที่ต้องเดินจากไปหลังทำงานได้เพียง 14 เดือน… แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าการปลดโค้ช คือการเลือกคนใหม่ที่อาจพา “ปีศาจแดง” วนกลับไปจุดเดิมหากบอร์ดบริหารยังไม่เรียนรู้จากความผิดพลาด – แทงบอล
ด้วยเปอร์เซ็นต์ชนะเพียง 38.71% และความขัดแย้งกับ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอล ทำให้ชะตาของ อโมริม ขาดลง แต่โจทย์ใหญ่ที่ INEOS ต้องขบคิดคือ “จะทำอย่างไรไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย?”
ดราม่าหลังบ้าน: เมื่อโค้ชอยากได้ A แต่บอร์ดซื้อ B หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ อโมริม ล้มเหลว คือความไม่ลงรอยเรื่องการเสริมทัพ รายงานระบุว่า อโมริม ต้องการ ออลลี่ วัตกิ้นส์ กองหน้าประสบการณ์สูงในพรีเมียร์ลีกมาค้ำหน้า แต่บอร์ดกลับทุ่มเงิน 74 ล้านปอนด์ซื้อ เบนจามิน เซสโก้ (ที่ยิงได้แค่ 2 ลูก) มาให้แทน ในขณะที่ วิลค็อกซ์ อยากได้ เลียม ดีแลป แต่สุดท้ายนักเตะเลือกไป เชลซี ความขัดแย้งนี้บวกกับการฝืนใช้ระบบ 3-4-3 กับนักเตะที่ไม่ถนัด (Square pegs in round holes) คือหายนะที่เกิดขึ้น
ตัวเต็งกุนซือใหม่: รอซัมเมอร์หรือรีบตั้ง? แมนยูตัดสินใจตั้ง ดาร์เรน เฟลตเชอร์ คุมทีมขัดตาทัพ โดยมีไฮไลท์น่ารักๆ คือลูกชายฝาแฝดของเขา แจ็ค และ ไทเลอร์ เฟลตเชอร์ มีชื่อติดทีมชุดใหญ่ และอาจได้ลงสนามภายใต้การคุมทีมของคุณพ่อในเกมพบ เบิร์นลีย์ วันพุธนี้
ส่วนตัวเต็งกุนซือถาวร คาดว่าจะรอแต่งตั้งในช่วงซัมเมอร์ โดยมีรายชื่ออย่าง:
-
โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ (คริสตัล พาเลซ – สัญญาหมดปี 2026)
-
อันโดนี่ อิราโอล่า (บอร์นมัธ)
-
เอ็นโซ่ มาเรสก้า (ที่เพิ่งว่างงานจากเชลซี)
-
โรแบร์โต้ เด แซร์บี้, เอ็ดดี้ ฮาว และ แกเร็ธ เซาธ์เกต
บทเรียนราคาแพง ความผิดพลาดมหันต์ (Fatal Mistake) ที่แมนยูต้องหลีกเลี่ยงคือ “ความใจร้อนและการขาดวิสัยทัศน์ที่ตรงกัน” เมื่อ 14 เดือนก่อน INEOS เร่งบีบให้ อโมริม ย้ายมาทันที ทั้งที่เจ้าตัวอยากรอจบฤดูกาล และบอร์ดชุดนี้เองที่เคยต่อสัญญา เทน ฮาก แล้วไล่ออกใน 4 เดือน รวมถึงดึง แดน แอชเวิร์ธ มาแล้วก็แยกทางกัน หากครั้งนี้บอร์ดยังเลือกโค้ชที่ไม่เข้ากับสไตล์นักเตะ หรือไม่สนับสนุนคนที่โค้ชอยากได้จริงๆ วงจรอุบาทว์นี้ก็คงไม่มีวันจบสิ้น
