เปิดใจคนในวงการ! เจาะลึกความจริง แท็กติก ‘อาร์เซน่อล’ ยุคอาร์เตต้า น่าทึ่งหรือน่าเบื่อ?
BK8 – เสียงกระซิบจากวงใน: โลกฟุตบอลคิดอย่างไรกับ ‘สไตล์การเล่น’ ของอาร์เซน่อลยุคอาร์เตต้า? – แทงบอล
อาร์เซน่อล กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลด้วยความหวังอันเรืองรองในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในรอบ 22 ปี พร้อมกับยังมีลุ้นในศึกแชมเปียนส์ลีก, เอฟเอ คัพ และคาราบาว คัพ
แต่ทว่า… เสียงชื่นชมกลับดูเบาบางอย่างน่าประหลาดใจ คำค่อนขอดเรื่อง “สภาพจิตใจที่เปราะบาง” ในอดีต ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเสียงวิจารณ์เรื่อง “สไตล์การเล่น” และ “แท็กติกการจัดการเกม” (Game Management) ที่ดูจะเขี้ยวลากดินจนเกินงาม
ล่าสุด ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ กุนซือไบรท์ตัน ถึงกับเดือดดาลหลังเกมที่แพ้อาร์เซน่อล 1-0 โดยวิจารณ์การนอนเจ็บของ ดาบิด ราย่า และการใช้เวลาอย่างยาวนานในลูกตั้งเตะว่า “นั่นไม่ใช่ฟุตบอล… พวกเขาสร้างกฎของตัวเองขึ้นมา”
เพื่อให้ได้คำตอบที่แท้จริง The Athletic ได้จับเข่าคุยกับคนทำงานเบื้องหลังในพรีเมียร์ลีกแบบไม่เปิดเผยชื่อ เพื่อเจาะลึกว่า แท้จริงแล้ววงการลูกหนังมองทัพ “ปืนใหญ่” ชุดนี้อย่างไร?
งูเหลือมจอมรัดคอ และ เจ้าพ่อลูกตั้งเตะ
นักวิเคราะห์จากสโมสรคู่แข่งรายหนึ่งเปรียบเทียบความน่ากลัวของอาร์เซน่อลไว้อย่างเห็นภาพ:
“ตอนสกอร์ 0-0 คุณยังพอมีหวัง แต่ถ้าโดนนำเมื่อไหร่ มันจบเลย ช่องว่างที่คุณเคยเห็นจะหายวับไป ทีมอย่างแมนฯ ซิตี้ หรือ ลิเวอร์พูล สไตล์พวกเขาจะไม่เปลี่ยนมากนักตอนขึ้นนำ แต่กับอาร์เซน่อล พวกเขาจะบีบพื้นที่จนแน่นขนัด มันยากมากๆ ที่จะกลับมาได้”
ผู้บริหารอีกสโมสรหนึ่งเสริมด้วยคำเปรียบเปรยที่เฉียบขาด: “พวกเขาเหมือน ‘งูเหลือม’ ที่รัดคุณจนขาดใจตาย พวกเขาเล่นฟุตบอลในสไตล์ที่บีบคั้นและมีประสิทธิภาพสูงมาก… พวกเขามีความเฉียบขาดอำมหิต และใช้ประโยชน์จากลูกตั้งเตะได้อย่างเต็มที่”
ความแข็งแกร่งจากลูกตั้งเตะ (Set-pieces) ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ นักวิเคราะห์ยกย่องการวางแผนที่แยบยล การเปิดบอลที่แม่นยำของ บูกาโย่ ซาก้า และ ดีแคลน ไรซ์ รวมถึงความอันตรายในลูกกลางอากาศของ กาเบรียล มากัลเญส จนทำให้ทุกทีมในลีกต้องหันมาศึกษาและลอกเลียนแบบแท็กติกของอาร์เตต้า
เสียงสะท้อนแห่งความกังวล: หรือฟุตบอลกำลังถอยหลัง?
แม้จะประสบความสำเร็จ แต่สไตล์ที่เน้นความแข็งแกร่งทางร่างกายและการเซ็ตเพลย์ ทำให้โค้ชอะคาเดมีของทีมในพรีเมียร์ลีกรายหนึ่งแสดงความกังวลอย่างหนัก
“ฟุตบอลอังกฤษใช้เวลาหลายปีกว่าจะสลัดค่านิยมที่ต้องการแต่นักเตะตัวใหญ่ แข็งแกร่งทิ้งไป เพื่อหันมาสร้างนักเตะสายเทคนิคแบบสเปนหรือเยอรมัน… แต่อาร์เซน่อลกำลังกลายเป็น ‘โปสเตอร์บอย’ (ต้นแบบ) ของแท็กติกที่เน้นผลลัพธ์ ผมกลัวว่ามันจะพาดึงฟุตบอลอังกฤษกลับไปสู่ยุคที่เน้นแต่พละกำลังอีกครั้ง”
“และเรื่องการถ่วงเวลา… ในเกมกับไบรท์ตัน ดูเหมือนพวกเขาจะแฮปปี้ที่สุดตอนที่บอลออกนอกสนาม มันต่างจากมาตรฐานที่แมนฯ ซิตี้ สร้างไว้ตลอด 10 ปีหลังอย่างสิ้นเชิง”
สถิติไม่ได้แย่อย่างที่คิด และคำชมจากคู่แข่ง
แม้จะโดนวิจารณ์เรื่องการเตะถ่วงเวลา แต่ข้อมูลจากสจ๊วร์ต เจมส์ ระบุว่า ในเกมกับไบรท์ตัน อาร์เซน่อลใช้เวลาในการเริ่มเกมใหม่เฉลี่ย 31.4 วินาทีต่อครั้ง ซึ่งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ มีถึง 21 ครั้งที่ทีมอื่นใช้เวลา “นานกว่านี้” เสียอีก (และไม่มีอาร์เซน่อลอยู่ใน 21 อันดับนั้นเลย)
นักเตะพรีเมียร์ลีกรายหนึ่งมองว่านี่คือเรื่องปกติของแท็กติกฟุตบอล: “เมื่อคุณนำ 1-0 ในช่วงท้ายเกม คุณก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อเบรกเกมคู่แข่ง อาร์เซน่อลทำได้ดี และทุกทีมก็ทำกันทั้งนั้น คุณจะไร้เดียงสาเกินไปถ้าไม่ทำแบบนั้น”
ในขณะเดียวกัน โค้ชระดับท็อปอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ อาร์เน่อ สล็อต ต่างก็ออกมายอมรับว่า พวกเขาเองก็ต้องหันมาให้ความสำคัญกับลูกตั้งเตะมากขึ้นเช่นกัน
บทสรุป: จากทีมที่เปราะบาง สู่ยอดทีมที่รู้ลึกถึงแก่นของกติกา
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจากบทสัมภาษณ์เหล่านี้คือ ไม่มีใครพูดถึง “ความเปราะบางทางจิตใจ” ของอาร์เซน่อลอีกต่อไปแล้ว (แม้ โรดรี้ กองกลางแมนซิตี้ จะเคยค่อนขอดไว้ก็ตาม)
ท้ายที่สุด ผู้บริหารระดับสูงของสโมสรแห่งหนึ่งได้สรุปความเป็นอาร์เซน่อลชุดนี้ไว้อย่างน่าคิด:
“อาร์เซน่อลมีจุดแข็งมากมาย แต่หนึ่งในนั้นคือ พวกเขา ‘รู้ซึ้ง’ ยิ่งกว่าใคร ว่าในลีกนี้พวกเขาสามารถตุกติกหรือดึงเช็งได้มากแค่ไหน และสามารถผลักดันขีดจำกัดของกรรมการไปได้ไกลเพียงใด… และลึกๆ แล้ว ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า ‘ก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาร้ายกาจจริงๆ'”
อาร์เซน่อล อาจจะไม่ได้เล่นฟุตบอลที่สวยงามที่สุดในสายตาของทุกคน แต่พวกเขากำลังเล่นฟุตบอลที่ “ยากจะต่อกรที่สุด” และบางที… นั่นอาจเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของทีมที่จะก้าวขึ้นไปเป็น “แชมป์เปี้ยน”


