“โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ” เปิดใจชีวิตกุนซือ: เผยทำไมคุม “โรนัลโด้” ในวัย 41 ถึงง่าย? ย้อนรอยแชมป์ FA Cup ประวัติศาสตร์ และความลับ “0% แอลกอฮอล์” ตลอดชีวิต
BK8 – มากกว่าแค่แท็กติก: ตัวตนและความเชื่อของ “โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ” ชายผู้มีฟุตบอลอยู่ในทุกลมหายใจ – แทงบอล
ในโลกฟุตบอลยุค 2026 ที่เต็มไปด้วยความกดดันและวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ล้ำสมัย ชื่อของ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างามในฐานะหนึ่งในกุนซือที่เข้าใจ “มนุษย์” มากที่สุดคนหนึ่ง จากบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับรายการ The Football Interview ทาง BBC มาร์ติเนซได้ย้อนรอยเส้นทางจากเด็กชายที่เกิดมาในครอบครัวฟุตบอล สู่กุนซือที่พาทัพ “ฝอยทอง” โปรตุเกส คว้าแชมป์เนชันส์ ลีก สมัยที่สองมาครองได้สำเร็จเมื่อปีที่ผ่านมา
จาก ‘มาสคอต’ ของพ่อ สู่แชมป์ที่เวมบลีย์
มาร์ติเนซเล่าด้วยรอยยิ้มว่าฟุตบอลสำหรับเขาคือ “ที่ปลอดภัย” (Safe zone) เขาเติบโตมาในห้องแต่งตัวโดยมีคุณพ่อเป็นโค้ชท้องถิ่น และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามองการบริหารจัดการทีมในฐานะ “ผู้จัดการ” ก่อนจะเป็น “นักเตะ” เสียอีก
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก คือการพาวีแกนคว้าแชมป์ FA Cup ในปี 2013 ด้วยการล้มมหาอำนาจอย่าง แมนฯ ซิตี้ “ฝันสามารถเป็นจริงได้ใน FA Cup” เขาสะท้อนย้อนกลับไปถึงค่ำคืนที่เวมบลีย์ด้วยความภาคภูมิใจ
คริสเตียโน่ โรนัลโด้: การจัดการที่ ‘ง่ายที่สุด’
หนึ่งในคำถามที่โลกอยากรู้คือ การคุมผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในวัย 41 ปีนั้นยากเพียงใด? คำตอบของมาร์ติเนซกลับเรียบง่ายจนน่าประหลาดใจ
“มันง่ายมาก เพราะมาตรฐานที่เขาสูงส่ง ความมุ่งมั่น และวินัยในแบบที่ไม่มีใครเทียบได้” มาร์ติเนซกล่าว “เขาไม่ได้ลงเล่นเพราะชื่อเสียงในอดีต แต่เขาลงเล่นเพราะสิ่งที่เขาทำได้ในปัจจุบัน สถิติยิง 25 ประตูจาก 30 นัดหลังสุดในทีมชาติคือคำตอบที่ชัดเจน”
เขายังเสริมอีกว่าสภาพร่างกายของโรนัลโด้ในตอนนี้ไม่ได้ตกลงไปเลย และตัวนักเตะเองจะเป็นคนตัดสินใจเองเมื่อถึงเวลาที่เขารู้สึกว่าไม่สามารถช่วยทีมได้อีกต่อไป
วินัยนอกสนาม: สัญญา 0% ที่มีต่อคุณพ่อ
สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดเกี่ยวกับตัวตนของมาร์ติเนซ คือเขา ไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์เลยแม้แต่หยดเดียวตลอด 52 ปี และไม่เคยสูบบุหรี่ สิ่งนี้ไม่ใช่รสนิยมส่วนตัว แต่มันคือ “คำสัญญา” ที่เขามอบให้กับคุณพ่อเมื่อตอนอายุ 16 ปี ก่อนจะย้ายไปอยู่ซาราโกซ่า
“คุณพ่อกลัวว่าการจากบ้านไปอยู่ในเมืองใหญ่จะทำให้ผมเสียคน ทั้งเหล้า บุหรี่ และการทิ้งการเรียน ผมเลยให้คำสัญญากับท่าน และผมภูมิใจที่รักษาคำพูดนั้นมาได้จนถึงทุกวันนี้”
ภารกิจเพื่อ “ดิโอโก้ โชต้า”
แม้จะมีความสำเร็จมากมาย แต่บรรยากาศในทีมชาติโปรตุเกสยังคงมีความเศร้าสร้อยปกคลุมจากการสูญเสีย ดิโอโก้ โชต้า ในอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปีที่ผ่านมา มาร์ติเนซเน้นย้ำว่าทีมต้องการลงเล่นเพื่อเป็นเกียรติแก่ความทรงจำของโชต้าในทุกๆ วันที่ลงแข่ง
ในวันนี้ มาร์ติเนซกำลังพาสายเลือดใหม่ของโปรตุเกสผสมผสานกับประสบการณ์ของรุ่นพี่ เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ “แชมป์โลก” ที่โปรตุเกสยังไม่เคยสัมผัส และด้วยวินัยที่แข็งแกร่งรวมถึงหัวใจที่เข้าใจนักเตะ บางทีปี 2026 นี้อาจเป็นปีของเขาก็ได้
