ล่าช้าจนเสียเครดิต! “เตบาส” จวกพรีเมียร์ลีกดองคดี 115 ข้อหา “แมนฯ ซิตี้” ทำลายภาพลักษณ์ลูกหนัง
BK8 – วิกฤตศรัทธาพรีเมียร์ลีก: “เตบาส” อัดยับปมดองคดี 115 ข้อหา “แมนฯ ซิตี้” ทำลายความน่าเชื่อถือของลีก – แทงบอล
ในโลกของฟุตบอลอาชีพ “ความโปร่งใสและความยุติธรรม” คือรากฐานที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะในลีกที่ขับเคี่ยวแย่งแชมป์กันอย่างดุเดือดทุกฤดูกาลอย่างพรีเมียร์ลีก (ซึ่งแฟนบอลทีมคู่แข่งระดับหัวตารางอย่าง ลิเวอร์พูล ย่อมเข้าใจถึงความตึงเครียดของมาตรฐานกฎการเงินเป็นอย่างดี)
ทว่า ปัจจุบัน พรีเมียร์ลีกกำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ เมื่อกระบวนการพิจารณาคดีละเมิดกฎการเงิน 115 ข้อหาของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับดำเนินไปอย่างล่าช้าจนน่าใจหาย
ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2023 ทัพ “เรือใบสีฟ้า” ถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ (ซึ่งสโมสรปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดอย่างหนักแน่น) การไต่สวนต่อหน้าคณะกรรมการอิสระเกิดขึ้นระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคม ปี 2024 และแม้หลายฝ่ายจะคาดการณ์ว่าบทสรุปควรจะออกมาในช่วงไตรมาสแรกของปี 2025 แต่จนถึงวินาทีนี้ กลับยังไม่มีการประกาศใดๆ ออกมาสู่สาธารณชน
เสียงวิจารณ์จาก “ฆาเบียร์ เตบาส”
ความล่าช้านี้ไม่ได้สร้างความหงุดหงิดแค่ในเกาะอังกฤษ แต่ยังดังข้ามฟากไปถึงสเปน เมื่อ ฆาเบียร์ เตบาส ประธานลาลีกา ได้ขึ้นกล่าวในงานสัมมนา Financial Times Business of Football Summit ที่กรุงลอนดอน โดยวิจารณ์การทำงานของพรีเมียร์ลีกลีกอย่างตรงไปตรงมา
“มันไม่ใช่แค่เรื่องของความล่าช้า แต่มันคือสถานการณ์โดยรวมทั้งหมด” เตบาส กล่าวอย่างดุเดือด “เมื่อสถาบันที่ยิ่งใหญ่อย่างพรีเมียร์ลีก มีกฎเกณฑ์เรื่องความยุติธรรมทางการเงิน (Financial Fair Play) คุณจำเป็นต้องมีความชัดเจนและรัดกุมทางกฎหมายในการแข่งขันและระหว่างสโมสร” “ประชาชนและแฟนบอลต้องรู้สึกว่าระบบนี้ยุติธรรมสำหรับทุกคน ไม่ได้ถูกเลือกปฏิบัติ และมีความเป็นกลาง… เมื่อคุณปล่อยให้เกิดสถานการณ์แบบนี้ (ยืดเยื้อไร้บทสรุป) คุณกำลังสร้างความไม่แน่นอน และนั่นคือสิ่งที่ทำลายภาพลักษณ์ของสถาบันอย่างรุนแรง”
“โนคอมเมนต์” ท่าทีที่ว่างเปล่าจากซีอีโอพรีเมียร์ลีก
ภายในงานสัมมนาเดียวกัน ริชาร์ด มาสเตอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของพรีเมียร์ลีก ถูกสื่อมวลชนจี้ถามถึงกรอบเวลาในการตัดสินคดีนี้ แต่คำตอบที่ได้กลับยิ่งสร้างความอึดอัดให้กับทุกฝ่าย
“ผมไม่สามารถพูดถึงกรอบเวลาของเรื่องนี้ได้” มาสเตอร์ส ตอบสั้นๆ “ผมคงให้ความเห็นอะไรไม่ได้… ผมใช้เวลา 3 ปีที่ผ่านมาไปกับการไม่แสดงความเห็นเรื่องนี้ และผมจะไม่เริ่มทำมันตอนนี้แน่ๆ” “แต่ถ้ามองข้ามคดีเฉพาะเจาะจงนี้ไป… หน่วยงานกำกับดูแลย่อมต้องการให้ระบบยุติธรรมของตนมีประสิทธิภาพและทำงานได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือทั้งหมดที่ผมสามารถพูดได้”
ท้ายที่สุดแล้ว ความยุติธรรมที่มาล่าช้า ก็ไม่ต่างอะไรกับการปฏิเสธความยุติธรรม ตราบใดที่คดีประวัติศาสตร์นี้ยังคงเป็นเมฆหมอกที่ปกคลุมลูกหนังอังกฤษ ความเคลือบแคลงใจก็จะยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจของแฟนบอลทุกสโมสรต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
