วิกฤตนาทีบาป! สแกนจุดอ่อน ‘ลิเวอร์พูล’ ยุคสล็อต กับสถิติเสียประตูท้ายเกมมากสุดในประวัติศาสตร์
BK8 – เมื่อเวลาเดินช้าลงที่แอนฟิลด์: สัญญาณเตือนภัย ‘นาทีบาป’ ที่อาร์เน่ สล็อต ต้องเร่งอุดรอยรั่ว – แทงบอล
ตัวเลขสถิติที่เย็นชา มักบอกเล่าความจริงที่เจ็บปวดเสมอ… ลิเวอร์พูลแพ้ในพรีเมียร์ลีกไปแล้วถึง 5 นัดจากการเสียประตูในนาทีที่ 90 หรือหลังจากนั้น ซึ่งนี่คือ สถิติที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่สโมสรเคยเผชิญในฤดูกาลเดียว เมื่อรวมกับอีก 2 ประตูตีเสมอที่พวกเขาปล่อยให้คู่แข่งพังตาข่ายในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เท่ากับว่าทัพหงส์แดงทำแต้มหล่นหายไปแล้วถึง 9 คะแนน นี่คือรอยร้าวที่น่าตกใจที่สุดในฤดูกาลที่กำลังสั่นคลอนของพวกเขา ตามปกติแล้ว ทีมที่แข็งแกร่งควรจะบดขยี้คู่แข่งที่กำลังระส่ำระสายในช่วงท้ายเกม แต่สำหรับลิเวอร์พูลในเวลานี้ ภาพที่ออกมากลับตาลปัตร
ตลอด 7 ฤดูกาลที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลมีค่าเฉลี่ยความพ่ายแพ้จากประตูช่วงท้ายเกมเพียงแค่ 1 นัดต่อฤดูกาล การเห็นตัวเลขนี้พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นทั้งเรื่องที่น่าตกใจและชวนให้ตั้งคำถาม
ดาบสองคม: เมื่อความกระหายทำลาย ‘สมดุล’
หากมองแค่ผิวเผิน ความพ่ายแพ้ต่อทีมบ๊วยอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่จมปลักอยู่กับความสิ้นหวังมาตลอด 7 เดือน อาจดูเหมือนอุบัติเหตุทางฟุตบอลที่เกิดขึ้นได้ วูล์ฟส์ได้ประตูนำจากโอกาสครั้งแรกในนาที 78 ก่อนจะมาได้ประตูชัยจากลูกแฉลบในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
แต่เมื่อมองให้ลึกลงไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรก บ่อยครั้งเกินไปที่ลิเวอร์พูลพยายามไล่ล่าชัยชนะด้วยการโหมบุกหนัก จนละทิ้งสมดุลในแผงเกมรับ ในฐานะอดีตแชมป์ มันเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับผลเสมอ เพราะเป้าหมายและความคาดหวังคือการชนะทุกนัด ทว่าสัจธรรมเก่าแก่อย่าง “ถ้าคุณชนะไม่ได้ ก็จงอย่าแพ้” ดูเหมือนจะถูกลบออกไปจากพจนานุกรมของทีมชุดนี้
ความพ่ายแพ้ในช่วงท้ายเกมแต่ละครั้ง เต็มไปด้วยตัวอย่างของความผิดพลาดส่วนบุคคล:
-
เกมกับ บอร์นมัธ และ เชลซี: ลิเวอร์พูลฮึดสู้จนกลับสู่เกมได้ แต่สุดท้ายก็โยนโอกาสทิ้งไปเอง
-
เกมกับ คริสตัล พาเลซ: ความผิดพลาดส่วนตัวของ เฌเรมี่ ฟริมปง
-
เกมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้: อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ เคอร์ติส โจนส์ ปล่อยให้ มาเธอุส นูเนส หลุดการประกบ จนนำไปสู่การเสียจุดโทษของ อลีสซง ที่โดน เออร์ลิง ฮาลันด์ สังหารเข้าไป
รอยรั่วที่โมลินิวซ์ และความสำคัญของ ‘โกนาเต้’
ประตูชัยของวูล์ฟส์คือภาพสะท้อนของความผิดพลาดที่ทับซ้อนกัน เริ่มตั้งแต่ อูโก้ เอกิติเก้ เลี้ยงตัดเข้าในแล้วเสียบอล, โดมินิก โซบอสซ์ไล โดน อังเดร เบียดแย่งบอลจนล้มลงไปฟ้องเอาฟาวล์
แม้จังหวะต่อมาลิเวอร์พูลน่าจะเคลียร์อันตรายได้พ้นแล้ว แต่ โจนส์ กลับเลือกส่งคืนหลังให้ อลีสซง จนผู้รักษาประตูชาวบราซิลต้องเตะสาดขึ้นหน้าแบบเสียเปรียบ ซ้ำร้าย ริโอ เอ็นกูโมฮา และ เฟเดริโก้ เคียซ่า ยังปล่อยให้ อังเดร (นักเตะที่ยังไม่เคยทำประตูในอังกฤษเลย) ลากบอลเข้ามาสับไกแบบไม่มีใครเข้าสกัด แม้ลูกแฉลบ โจ โกเมซ จะดูโชคร้าย แต่เขาก็คงจะหงุดหงิดตัวเองที่ไม่พยายามบล็อกให้ดีกว่านี้
มีอีกหนึ่งจุดสังเกตที่น่าสนใจ… ใน 3 จาก 4 นัดหลังสุดที่ทีมแพ้ในช่วงท้ายเกม อิบราฮิมา โกนาเต้ ไม่ได้อยู่ในสนาม ในเกมนี้ก็เช่นกัน สล็อตถอดเขาออกและส่งเคียซ่าลงมาแทนหลังเสียประตูแรกเพื่อหวังทวงสกอร์คืน ถึงตอนนี้ มันคงชัดเจนแล้วว่า ลิเวอร์พูลต้องการกองหลังชาวฝรั่งเศสรายนี้ยืนหยัดอยู่ในสนามให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อหลีกเลี่ยงฝันร้ายเช่นนี้อีก
เสียงสะท้อนจากความผิดหวัง สู่ 9 นัดชี้ชะตา
ความหละหลวมไม่ได้มีแค่ในแผงหลัง แต่รวมถึงความเฉื่อยชาและการจบสกอร์ที่ย่ำแย่ โจนส์ และ โคดี้ กัคโป พลาดโอกาสทองในระยะแค่ 2 หลาไปได้อย่างไร?
เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีม ยอมรับหลังเกมว่า “เราเชื่องช้า คาดเดาง่าย และสะเปะสะปะ” ขณะที่ สล็อต กล่าวเสริมด้วยความหงุดหงิดว่า “มันคือเรื่องราวเดิมๆ ที่อธิบายฤดูกาลของเราได้เป็นอย่างดี เราครองบอลได้มากกว่า สร้างโอกาสได้มากกว่า แต่เรากลับทำประตูจากโอเพ่นเพลย์ไม่ได้ ส่วนประตูที่เราเสียในช่วงทดเวลามันแทบจะไม่ใช่โอกาสด้วยซ้ำ เราปล่อยให้คู่แข่งมีโอกาสครั้งเดียว แต่กลับเสียถึง 2 ประตู”
การปล่อยให้วูล์ฟส์ (ที่ฟอร์มกำลังดีขึ้นภายใต้ ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์) ฉลองชัยชนะราวกับได้แชมป์บอลถ้วย ถือเป็นภาพที่บาดตาแฟนบอลหงส์แดงอย่างยิ่ง ลิเวอร์พูลทิ้งโอกาสทองในการกดดันพื้นที่ท็อป 5 ไปอย่างน่าเสียดาย
อาร์เน่ สล็อต ทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เมื่อถูกถามในงานแถลงข่าวว่าเหลือเกมให้แก้ตัวอีกกี่นัดในลีกที่น่าหงุดหงิดนี้ คำตอบคือ “9 นัด” ความหวังยังไม่หมดไป แต่ถ้าหากลิเวอร์พูลยังคงไร้ความสม่ำเสมอและเล่นด้วยความประมาทเช่นนี้ต่อไป ผลลัพธ์ตอนจบฤดูกาลอาจนำมาซึ่งความเจ็บปวดที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม

