จุ๊ๆ อย่าโวยวาย! ‘ฮินกาปี’ จุ๊ปากใส่ ‘เฮอร์เซเลอร์’ เกมปืนใหญ่บุกเฉือนไบรท์ตัน – กุนซือเจ้าถิ่นจวกยับทำลายฟุตบอล
BK8 – สงครามประสาทริมเส้น: ‘ฮินกาปี’ จุ๊ปากใส่กุนซือไบรท์ตัน ชนวนเดือดปืนใหญ่ใช้ศาสตร์มืดคว้าชัย – แทงบอล
ในสมรภูมิที่เดิมพันด้วยตำแหน่งแชมป์ บางครั้งความสวยงามก็ต้องหลีกทางให้กับความเขี้ยวลากดิน อาร์เซน่อล ตอกย้ำความเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกด้วยการบุกไปเก็บ 3 แต้มล้ำค่าถึงถิ่นแดนใต้ ด้วยชัยชนะแบบหืดจับ 1-0 เหนือ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน
ประตูชัยจากลูกยิงแฉลบของ บูกาโย่ ซาก้า ตั้งแต่นาทีที่ 9 กลายเป็นเส้นแบ่งบางๆ ที่ตัดสินเกมนี้ ทัพ “ปืนใหญ่” ของ มิเกล อาร์เตต้า โชว์ความเก๋าเกมและเค้นฟอร์มเอาตัวรอดจนเก็บชัยชนะด้วยระยะห่างเพียง 1 ประตูเป็นนัดที่ 10 ของฤดูกาลแล้ว
แต่ไฮไลต์ที่แย่งซีนผลการแข่งขัน กลับเป็นจังหวะปะทะคารมริมเส้นที่ทำให้แฟนบอลเดอะ กันเนอร์ส สะใจไปตามๆ กัน
“จุ๊ๆ… เงียบซะบอส” วีรกรรมของ ‘ฮินกาปี’
ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ กุนซือชาวเยอรมันของไบรท์ตัน เปิดฉากโจมตีแท็กติกของอาร์เซน่อลตั้งแต่ในงานแถลงข่าวก่อนเกม และเมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น เขาก็ไม่ปล่อยให้วาระนี้เงียบหายไป กุนซือเจ้าถิ่นออกอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดกับแท็กติก “ซื้อเวลา” ของทีมเยือน และตามประท้วงผู้ตัดสินที่สี่นับครั้งไม่ถ้วน
ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดตั้งแต่ต้นครึ่งแรก เมื่อ เฮอร์เซเลอร์ เข้าไปบ่นใส่ ปิเอโร่ ฮินกาปี ขณะที่กองหลังอาร์เซน่อลกำลังเตรียมทุ่มบอล ปราการหลังทีมชาติเอกวาดอร์ที่ไม่มีเวลามาทนฟังเสียงบ่น จึงหันไปมองหน้ากุนซือคู่แข่งพร้อมกับ “ยกนิ้วชี้แตะริมฝีปาก” เป็นสัญลักษณ์ให้เฮอร์เซเลอร์หุบปากและเงียบเสียงลง
ช็อตนี้ยิ่งตอกย้ำสถานะ “ฮีโร่คนใหม่” ของฮินกาปีในสายตาแฟนบอลปืนใหญ่ ดาวเตะวัย 23 ปีที่ยืมตัวมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น โชว์ฟอร์มได้อย่างไร้ที่ติในตำแหน่งแบ็กซ้าย ก่อนจะหุบเข้ามายืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟในช่วงท้ายเกม หลังจาก ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี ถูกส่งลงมาแทน คริสเตียน มอสเกร่า (ที่ลงมาขัดตาทัพแทน วิลเลียม ซาลิบา ที่บาดเจ็บ) เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตัวเองคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในแนวรับที่พร้อมจะพาอาร์เซน่อลพุ่งชนความสำเร็จ
‘เฮอร์เซเลอร์’ สับแหลก: “นี่มันไม่ใช่ฟุตบอล”
หลังสิ้นเสียงนกหวีด กุนซือไบรท์ตันยังคงไม่จบ เขาระเบิดอารมณ์ใส่แท็กติกของอาร์เตต้าอย่างดุเดือด
“ผมคิดว่าวันนี้มีแค่ทีมเดียวที่พยายามจะเล่นฟุตบอล” เฮอร์เซเลอร์ กล่าวด้วยความขมขื่น “และด้วยเหตุนี้ ผมจึงภูมิใจในสิ่งที่ลูกทีมทำ ผมจะไม่มีวันเป็นผู้จัดการทีมที่พยายามเอาชนะด้วยวิธีแบบนั้น ผมอยากทำผลงานให้ดี อยากให้ลูกทีมพัฒนาและเล่นฟุตบอลบนผืนหญ้าต่อไป”
“ท้ายที่สุดแล้ว แน่นอนว่าทุกทีมย่อมต้องมีการบริหารเวลาและถ่วงเวลา แต่ผมคิดว่ามันต้องมีขอบเขต และพรีเมียร์ลีกหรือผู้ตัดสินต้องเป็นคนกำหนดขีดจำกัดนั้น ตอนนี้พวกเขา (อาร์เซน่อล) แค่ทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ”
“ถ้าผมถามทุกคนในห้องนี้ว่า มีใครสนุกกับเกมฟุตบอลนัดนี้บ้างไหม ผมมั่นใจว่าอาจจะมีแค่คนเดียวที่ยกมือ เพราะเขาเป็นแฟนตัวยงของอาร์เซน่อล นอกนั้นเหรอ… ไม่มีทาง”
‘อาร์เตต้า’ ลอยตัว: “ผมรักเกมนี้”
ในขณะที่คู่แข่งกำลังเดือดดาล มิเกล อาร์เตต้า กลับปัดตกทุกคำวิจารณ์ และโฟกัสไปที่ความยอดเยี่ยมของลูกทีมที่ช่วยกันทิ้งห่างจ่าฝูงเป็น 7 คะแนน
“ผมรักมันเลยล่ะ” กุนซือชาวสแปนิชตอบพร้อมรอยยิ้ม “มันเป็นเกมที่ยากมาก เรารู้ดี เรากรำศึกหนักที่มีความเข้มข้นสูงมาหลายนัด คุณจะเห็นได้เลยว่าในบางจังหวะเราขาดความสด โดยเฉพาะตอนที่มีบอล เราขาดความนิ่งที่จะลดอัตราการเต้นของหัวใจลงเพื่อให้ตัดสินใจได้ดีและแม่นยำขึ้น”
“ดังนั้น เมื่อคุณทำแบบนั้นไม่ได้ คุณก็ต้องทดแทนด้วยการทำสิ่งดีๆ อย่างอื่นให้มากๆ คุณต้องการชัยชนะในลีกนี้ โดยเฉพาะการมาเยือนไบรท์ตัน และทีมก็ได้แสดงให้เห็นถึงความปรารถนา ความมุ่งมั่น และทัศนคติอันเหลือเชื่อที่จะเอาชนะเกมนี้ให้ได้”
ฟุตบอลบางครั้งก็ไม่ได้วัดกันที่ใครต่อบอลสวยกว่า แต่วัดกันที่ว่าใครอดทนและพร้อมจะทำตัว “น่ารังเกียจ” ได้มากกว่าเพื่อชัยชนะ และอาร์เซน่อลชุดนี้ ก็กำลังแสดงให้เห็นถึงดีเอ็นเอของแชมป์เปี้ยนที่พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อ 3 คะแนน
