ดราม่า ‘Huddlegate’! เจาะลึกวิกฤตเชลซี เมื่อโค้ชหัวเสียเรื่องวงล้อมกลางสนาม มากกว่าฟอร์มหลุดลุ่ย

BK8 – ‘Huddlegate’ และจุดโฟกัสที่หลงทาง: เลียม โรซีเนียร์ กำลังปกป้องเชลซีผิดเรื่องหรือไม่? – แทงบอล

“ผมผิดหวังนะ… มีการไปให้ความสำคัญและเน้นย้ำกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง” เลียม โรซีเนียร์ ผู้จัดการทีมเชลซี กล่าวในงานแถลงข่าวหลังเกม

แต่ความตลกร้ายก็คือ หลังจากพูดประโยคนั้น โรซีเนียร์กลับใช้เวลาอธิบายอย่างยืดยาว เพื่อให้ความสำคัญกับเรื่องที่ “ไม่เป็นเรื่อง” อย่างภาพไวรัลสุดเซอร์เรียลก่อนเริ่มเกม ที่นักเตะเชลซีไปล้อมวงกอดคอ (Huddle) กันตรงจุดเขี่ยบอล โดยมี พอล เทียร์นีย์ ผู้ตัดสินที่ปฏิเสธจะหลีกทาง ยืนอยู่ตรงกลางวงด้วยใบหน้ามึนตึง ท่ามกลางการสวมกอดจากด้านหลังแบบกวนๆ ของ โคล พาลเมอร์

มันคือมีมชั้นยอด และอาจเป็นโมเมนต์ที่ตลกที่สุดในฟุตบอลปีนี้ แต่น่าเสียดาย… มันไม่ได้ช่วยให้ฟอร์มการเล่นของเชลซีดีขึ้นเลย ในวันที่พวกเขาพ่ายแพ้ต่อ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และต้องเห็นความหวังในการไปแชมเปียนส์ลีกริบหรี่ลงไปอีก

ความสามัคคี… ที่มีแค่ก่อนนกหวีดดัง

โรซีเนียร์ ปกป้องลูกทีมว่า การล้อมวงตรงจุดเซ็นเตอร์คือการแสดงถึง “ความเคารพต่อลูกฟุตบอล ความสามัคคี และความเป็นผู้นำ” พร้อมกับวิจารณ์ เทียร์นีย์ ว่าถ้าโฟกัสกับหน้าที่ตัวเองมากกว่านี้ เชลซีควรจะได้จุดโทษจากจังหวะของ โคล พาลเมอร์

แต่หากมองย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ในนาทีที่ 18 เรากลับไม่เห็น “ความเคารพต่อลูกฟุตบอล” ใดๆ จากฝั่งเชลซี เมื่อ ติโน ลิฟราเมนโต้ เลี้ยงบอลผ่านด่านแรกมาได้อย่างง่ายดาย

เราไม่เห็น “ความสามัคคี” ในแผงเกมรับ เมื่อ เทรโวห์ ชาโลบาห์ หลุดตำแหน่ง และไม่มีทั้ง รีซ เจมส์ หรือ มอยเซส ไกเซโด้ ลงมาปิดพื้นที่ ปล่อยให้ โจ วิลล็อค ทะลุทะลวงเข้าไปถวายพานให้ แอนโธนี กอร์ดอน

และเราไม่เห็น “ความเป็นผู้นำ” จาก เวสลีย์ โฟฟาน่า ปราการหลังวัย 25 ปี ที่ปล่อยให้ กอร์ดอน วิ่งสปรินต์แซงหน้าไปยิงดื้อๆ โดยที่ตัวเขาเองแทบไม่ได้ออกตัววิ่งเต็มฝีเท้าเลยด้วยซ้ำ

การเสียหนึ่งในประตูที่ดูย่ำแย่ที่สุดในพรีเมียร์ลีกยุคหลัง น่าจะเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าการไปเถียงกันเรื่องล้อมวงกอดคอก่อนเกม

พิธีกรรมที่กลายเป็นดาบสองคม

ปัญหาของ ‘Huddlegate’ มีอยู่สองมิติหลักๆ

อย่างแรก: การสร้างพิธีกรรมก่อนเกมที่เรียกร้องความสนใจขนาดนี้ ทำให้นักเตะเสี่ยงที่จะดูเป็นตัวตลกทันที หากฟอร์มในสนามพังทลายลง เชลซีพ่ายแพ้ให้กับทั้ง เปแอสเช และ นิวคาสเซิล ด้วยปัญหาเดิมๆ ที่กัดกินทีมมาตลอด 3 ปี ทั้งความผิดพลาดส่วนบุคคล, การขาดวินัย, การไร้ซึ่งแรงฮึดเมื่อเจออุปสรรค และการเจาะเกมรับคู่แข่งที่ถอยไปรับลึกไม่เข้า

เชื่อกันว่าพิธีกรรมนี้ได้รับอิทธิพลมาจาก วิลลี่ อิซ่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนนักเตะซึ่งมาจากวงการรักบี้ กีฬาที่ใช้การแสดงออกก่อนเกมเป็นอาวุธทางจิตวิทยาเพื่อข่มขวัญคู่แข่ง แต่ตอนนี้ มันไม่ได้ช่วยอะไรเชลซีเลย

อย่างที่สอง: การที่ โรซีเนียร์ ออกโรงปกป้องเรื่องยิบย่อยนี้อย่างเกรี้ยวกราดจนถึงขั้นจะเอาเรื่อง PGMOL กำลังทำให้ตัวเขาเองสูญเสียความน่าเชื่อถือ

นี่คือเรื่องอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบรรยากาศใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ เริ่มคุกรุ่น เสียงโห่ที่ดังกึกก้องในช่วงพักครึ่งและหลังจบเกมกับนิวคาสเซิลนั้น สัมผัสได้จริงและหนักแน่นยิ่งกว่าการกอดคอแสดงความสามัคคีใดๆ ฤดูกาลนี้พวกเขาเก็บคะแนนในบ้านได้เพียง 23 จาก 48 แต้มเต็ม

สถานการณ์ปัจจุบัน เชลซีกำลังจะตกรอบแชมเปียนส์ลีก และมีแนวโน้มจะจบฤดูกาลพรีเมียร์ลีกด้วยการมีเพียง 61 คะแนน ซึ่งน้อยกว่ายุคของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ในซีซั่นก่อนเสียอีก

ลางร้ายกำลังปรากฏให้เห็น การไปยืนล้อมวงลูกฟุตบอลหรือล้อมกรอบใส่กรรมการหน้าตาย ไม่อาจช่วยแก้ปัญหาอะไรได้ ถึงเวลาแล้วที่ เชลซี และ เลียม โรซีเนียร์ ต้องกลับมาโฟกัสกับ “สิ่งที่สำคัญจริงๆ” บนผืนหญ้า ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ข่าวที่คุณห้ามพลาด

แทงบอลออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชม ฝากถอนได้ไม่จำกัด