นิ่งดั่งภูผา! สถิติชี้ “เซนเน่ ลัมเมนส์” คือคำตอบที่ แมนยู ตามหา – ลบฝันร้ายยุค “โอนาน่า” อย่างหมดจด

BK8 – ความสงบกลางพายุ: “เซนเน่ ลัมเมนส์” กับบทพิสูจน์การเป็นทุกสิ่งที่ “โอนาน่า” ทำให้แมนยูไม่ได้ – แทงบอล
ชัยชนะ 1-0 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่บ้านของ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไม่ใช่เกมที่ดูสนุกรื่นรมย์นัก มันเต็มไปด้วยความอึดอัด การเข้าปะทะที่หนักหน่วง จน โคบี้ ไมนู ถึงกับโพสต์แซวในอินสตาแกรมว่าบรรยากาศในกรอบเขตโทษตอนเสียเตะมุม แทบไม่ต่างอะไรกับเวทีลูกผู้ชายอย่าง WWE Royal Rumble
เอฟเวอร์ตันพยายามสร้างความกดดันอย่างหนัก พวกเขาได้เตะมุมถึง 9 ครั้งในครึ่งหลัง (และ 10 ครั้งตลอดทั้งเกม) พุ่งเป้าไปที่การทดสอบความนิ่งของแนวรับและผู้รักษาประตูอย่าง เซนเน่ ลัมเมนส์ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นความสิ้นหวังของเจ้าถิ่น เมื่อนายทวารชาวเบลเยียมรับมือกับความกดดันระดับนั้นได้อย่างไร้ที่ติ
จนแม้แต่ เดวิด มอยส์ กุนซือเอฟเวอร์ตัน ยังต้องยอมรับสภาพหลังเกมว่า “เราคาดหวังว่าผู้รักษาประตูของพวกเขาจะรับมือได้ไม่ดีนัก… แต่เขาดันเล่นได้โคตรยอดเยี่ยม และเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้”
ลบฝันร้ายจากอดีต: ความแตกต่างระหว่าง ลัมเมนส์ และ โอนาน่า
ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แฟนบอลยูไนเต็ดมักจะเกิดอาการใจสั่นทุกครั้งที่ทีมเสียลูกตั้งเตะ ไม่ว่าจะเป็น อ็องเดร โอนาน่า หรือ อัลตาย บายินเดียร์ (หรือแม้กระทั่ง ดาบิด เด เคอา ในช่วงท้ายอาชีพ) มักจะมีจังหวะลนลานให้เห็นเมื่อถูกคู่แข่งบอมบ์เข้าใส่
แต่ลัมเมนส์แตกต่างออกไป เขาออกมาสัมผัสบอลจังหวะแรกจากลูกเตะมุมได้ถึง 5 ครั้งในเกมเดียว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดร่วมของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้มีสถิติการออกมาชกบอลหรือรับบอลจากลูกเตะมุมที่โดดเด่นนัก นั่นสะท้อนให้เห็นว่าความนิ่งและความแน่นอนของเขา ทำให้คู่แข่ง “เลือกที่จะไม่บอมบ์ใส่เขา” เพราะรู้ว่าเขาไม่ใช่จุดอ่อนของทีม
หากกางสถิติลูกครอสในจังหวะโอเพ่นเพลย์ ลัมเมนส์ ออกมาตัดบอลได้สำเร็จถึง 5.7% (มีผู้รักษาประตูเพียง 7 คนในลีกที่ทำได้ดีกว่านี้) เมื่อเทียบกับ โอนาน่า ที่มีสถิติออกมาตัดบอลสำเร็จเพียง 3.5% ตลอดสองฤดูกาลในพรีเมียร์ลีก ความแตกต่างนี้แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่ลัมเมนส์ส่งต่อให้กับแผงหลังได้อย่างชัดเจน
ความสม่ำเสมอ คือความยอดเยี่ยมที่แท้จริง
ลัมเมนส์ ไม่ใช่นายทวารสายแอ็กชันแบบ ฟาเบียง บาร์กเตซ และอาจจะใช้เท้าเล่นบอลได้ไม่เนียนตาเท่า โอนาน่า แต่ความเรียบง่ายของเขาคือสิ่งที่แมนยูต้องการมากที่สุด
ในแง่ของการหยุดลูกยิง (Shot-stopping) ข้อมูลจาก Opta ระบุว่า ลัมเมนส์ เซฟช่วยทีมไม่ให้เสียประตูไปแล้วถึง 5.5 ประตู (วัดจากคุณภาพของลูกยิงที่พุ่งตรงกรอบ หรือ xGOT) ซึ่งไม่มีใครในลีกเทียบได้นับตั้งแต่เขาประเดิมสนาม และเขามีอัตราการป้องกันประตูอยู่ที่ 1.23 (หมายความว่าจากโอกาสที่ควรจะเสีย 1.23 ประตู เขาจะเสียแค่ 1 ประตูเท่านั้น) ซึ่งเป็นรองเพียงแค่ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ และ บาร์ท แฟร์บรูกเก้น เท่านั้น
แต่สถิติที่ลึกซึ้งและกินใจแฟนบอลที่สุดคือ “การไร้ข้อผิดพลาด” ลัมเมนส์ลงสนามไปแล้ว 1,980 นาที โดยไม่ทำผิดพลาดจนนำไปสู่การเสียประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในขณะที่ โอนาน่า มีข้อผิดพลาดนำไปสู่การเสียประตูเฉลี่ยทุกๆ 1,033 นาที และ บายินเดียร์ ทุกๆ 520 นาที
ฟุตบอลบางครั้งก็ไม่ได้ต้องการซูเปอร์ฮีโร่ที่ทำเรื่องมหัศจรรย์ แต่ต้องการคนธรรมดาที่ทำเรื่องพื้นฐานได้อย่างไร้ที่ติในทุกๆ วัน… นับตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2023-24 แฟนแมนยูต้องทนอยู่กับความหวาดระแวง แต่ชัยชนะที่กูดิสัน พาร์ค ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนแล้วว่า บัดนี้ ปากประตูของพวกเขาถูกฝากไว้ใน “มือที่ปลอดภัยและไว้ใจได้” อย่างแท้จริง

