บอสยังไม่หมดไฟ! ‘คล็อปป์’ สยบข่าวลือคุม เรอัล มาดริด แต่แง้มประตูลุ้นหวนคืนซุ้มม้านั่งสำรองในอนาคต
BK8 – ไฟในใจยังคุกรุ่น: ‘คล็อปป์’ ปัดข่าวลือราชันชุดขาว แต่ลั่นวาจา “เส้นทางโค้ชของผมยังไม่จบ” – แทงบอล
ภาพการโบกมืออำลาแอนฟิลด์เมื่อปี 2024 ยังคงเป็นความทรงจำที่เปี่ยมไปด้วยคราบน้ำตาและความผูกพันของแฟนบอลทั่วโลก เหตุผลในวันนั้นคือ “พลังงานที่เหือดหาย” หลังจากการทุ่มเทจิตวิญญาณให้กับการคุมทีมมาอย่างยาวนาน ทว่าลึกๆ แล้ว เปลวไฟแห่งความรักในเกมลูกหนังของชายที่ชื่อ เยอร์เก้น คล็อปป์ ไม่เคยดับมอดลงไปเลย
ปัจจุบันในวัย 58 ปี คล็อปป์กำลังสวมหมวกใบใหม่ในฐานะ ‘ผู้อำนวยการฝ่ายฟุตบอลระดับโลก’ (Global Head of Soccer) ของเครือข่าย Red Bull แต่ชื่อของเขาก็มักจะถูกนำไปเชื่อมโยงกับเก้าอี้กุนซือตัวใหญ่ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะข่าวลือล่าสุดกับยอดทีมอย่าง เรอัล มาดริด
สยบข่าวลือ “ราชันชุดขาว”
ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับสื่อในประเทศเยอรมนี คล็อปป์ได้ออกมาดับเทียนข่าวลือนี้ด้วยความตรงไปตรงมาตามสไตล์ของเขา
“ถ้าเรอัล มาดริด ติดต่อมา ป่านนี้พวกเราคงได้ยินข่าวกันไปแล้วล่ะครับ” คล็อปป์เปิดใจผ่าน MagentaTV “แต่นั่นมันเรื่องไร้สาระทั้งนั้น พวกเขาไม่เคยโทรมาสักครั้งเดียว ไม่ได้โทรหาเอเยนต์ของผมด้วยซ้ำ”
นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงโอกาสในการก้าวขึ้นไปคุมทีมชาติเยอรมนี เขาก็ตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “ผมเคยพูดเรื่องนี้มาเป็นพันครั้งแล้ว แน่นอนว่าตอนนี้ผมไม่ได้คิดถึงมันเลยแม้แต่น้อย”
“ผมยังไม่จบภารกิจในฐานะโค้ช”
แม้วันนี้เขาจะยืนยันว่ามีความสุขและสงบสุขอย่างสมบูรณ์แบบกับงานที่ Red Bull แต่คล็อปป์ก็ได้ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้แฟนบอลทั่วโลกต้องแอบยิ้มและมีความหวัง
“สำหรับเรื่องอนาคต… ผมยังไม่จบภารกิจในฐานะโค้ชหรอกนะ ใครจะไปรู้ล่ะว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพียงแต่ตอนนี้มันยังไม่มีแผนการอะไรแบบนั้นเลย”
ความมุ่งมั่นในปัจจุบันกับ Red Bull
การก้าวเข้าสู่ปีที่สองกับเครือข่าย Red Bull (ดูแลสโมสรอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก, เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก, นิวยอร์ก เรดบูลส์ และอื่นๆ) คล็อปป์ยืนยันว่าเขาไม่คิดจะ “โยนผ้าขาว” หรือทิ้งงานนี้ไปง่ายๆ
สอดคล้องกับคำกล่าวของ โอลิเวอร์ มินต์ซลาฟฟ์ ซีอีโอของ Red Bull ที่ออกมายืนยันก่อนหน้านี้ว่า ข่าวการอำลาทีมของคล็อปป์นั้นไร้สาระสิ้นดี “เขาทุ่มเทอย่างมากในการสื่อสารกับโค้ชและผู้อำนวยการกีฬาของเรา เพื่อพัฒนาปรัชญาฟุตบอลของเรดบูลล์อย่างยั่งยืน เรามั่นใจว่าเขาคือคนที่ใช่ที่สุด”
วันเวลาบนม้านั่งสำรองของ ไมนซ์, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และความสำเร็จอันยิ่งใหญ่กับ ลิเวอร์พูล ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คล็อปป์คือผู้จัดการทีมที่ขับเคลื่อนด้วย “หัวใจ” มากกว่าแค่แท็กติก… และตราบใดที่หัวใจดวงนั้นยังคงเต้นเป็นจังหวะของฟุตบอล โอกาสที่เราจะได้เห็นเขากลับมายืนกอดอก แจกรอยยิ้ม และปลุกเร้าลูกทีมที่ริมเส้นข้างสนาม ย่อมมีความเป็นไปได้เสมอ


