“พาลเมอร์” จุดประกาย! เชลซี คืนฟอร์มเก่งอัด เอฟเวอร์ตัน 2-0 “กุสโต้” ยิง-จ่าย พาขึ้นที่ 4 พรีเมียร์ลีก
BK8 – เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ เอ็นโซ มาเรสก้า กลับมาสัมผัสรสชาติแห่งชัยชนะได้อีกครั้งหลังจากสะดุดมา 4 นัดติดต่อกัน โดยเปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ไปได้ 2-0 ท่ามกลางฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ โคล พาลเมอร์ และ มาโล กุสโต้ – แทงบอล
จุดเปลี่ยนของเกม: พาลเมอร์ ผู้เปลี่ยน “ความเฉื่อย” ให้เป็น “ประตู” รูปเกมในช่วงแรกดูเหมือนจะวนลูปเดิมสำหรับเชลซี ที่ครองบอลแต่ขาดความเด็ดขาด จนกระทั่งนาทีที่ 21 ความอัจฉริยะของ โคล พาลเมอร์ ก็แสดงฤทธิ์ จังหวะเริ่มจาก เวสลีย์ โฟฟาน่า จ่ายบอลเข้าช่องให้ มาโล กุสโต้ ที่ขยับเข้ามาเล่นตรงกลาง กุสโต้ แตะบอลจังหวะเดียวส่งต่อให้ พาลเมอร์ ที่วิ่งสอดขึ้นมาจากด้านหลัง อิดริสซา เกย์ อย่างรู้ใจ ก่อนที่ดาวเตะทีมชาติอังกฤษจะหลุดเข้าไปยิงผ่านมือ จอร์แดน พิคฟอร์ด อย่างเยือกเย็นและเหนือชั้น
แม้ พาลเมอร์ จะอยู่ในสนามเพียง 57 นาที เนื่องจากสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ 100% จากอาการเจ็บโคนขาหนีบเรื้อรัง แต่เวลาแค่นั้นก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ให้ โธมัส ทูเคิ่ล (ว่าที่กุนซือทีมชาติอังกฤษ) และแฟนบอลเห็นว่า เขาคือหัวใจสำคัญที่ทีมขาดไม่ได้
“กุสโต้” ร่างทอง – “รีซ เจมส์” ยืนระยะครบ 90 นาที นอกจากพาลเมอร์แล้ว อีกหนึ่งคีย์แมนในเกมนี้คือ มาโล กุสโต้ ที่นอกจากจะแอสซิสต์ประตูแรกแล้ว ยังเป็นคนซัดประตูตอกฝาโลงลูกที่สอง จากจังหวะสวนกลับที่ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ไหลให้ เปโดร เนโต้ ทางขวา ก่อนเปิดเข้ากลางให้ กุสโต้ ชาร์จที่เสาแรกเข้าไปอย่างเด็ดขาด
อีกหนึ่งข่าวดีของสาวกสิงห์บลูส์ คือการได้เห็นกัปตันทีม รีซ เจมส์ ลงเล่นครบ 90 นาทีเป็นนัดที่ 3 ในรอบสัปดาห์ในบทบาทกองกลาง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีเยี่ยมสำหรับสภาพความฟิตของเขา
ทอฟฟี่น้ำตาตก: เล่นดีแต่ไม่มีแต้ม ฝั่ง เอฟเวอร์ตัน ของ เดวิด มอยส์ ต้องเจอกับวันที่น่าผิดหวัง ทั้งที่รูปเกมสู้ได้ดีและสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายกลับขาดความคม ทั้งลูกโหม่งของ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ และจังหวะยิงชนเสาของ อิลิมาน เอ็นดิาย ในช่วงท้ายเกม ซ้ำร้าย พวกเขายังต้องสังเวย เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ที่เจ็บแฮมสตริงจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่นาทีที่ 16 และยังต้องเสียนักเตะหลักอย่าง เอ็นดิาย และ เกย์ ไปเล่น แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ ในสัปดาห์หน้าอีกด้วย
บทสรุป ชัยชนะนัดนี้ทำให้ เชลซี ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 4 ของตาราง เรียกความมั่นใจกลับมาก่อนโปรแกรมหนัก ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน ยังคงล้างอาถรรพ์ไม่ชนะที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ มาตั้งแต่ปี 1994 ต่อไป
