เมื่อฟุตบอลไร้ VAR ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย? “เอ็ดดี้ ฮาว” รับสุดสับสน – “เชียเรอร์” ชี้เปาขาดความมั่นใจเหมือนขาดที่พึ่ง หลังนิวคาสเซิลโดนพิษตัดสิน
BK8 – ดาบสองคมของโลกไร้ VAR: เมื่อ “นิวคาสเซิล” ต้องเลือกระหว่าง “อารมณ์ร่วม” กับ “ความถูกต้อง” – แทงบอล
เรามักได้ยินแฟนบอลบ่นกันเสมอว่า “ฟุตบอลจะสนุกกว่านี้ถ้าไม่มี VAR มาคอยจับผิด” แต่เกมเอฟเอ คัพ รอบ 4 ระหว่าง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กับ แอสตัน วิลล่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้กลายเป็นกรณีศึกษาชั้นดีที่ตบหน้าแนวคิดนั้นอย่างจัง และพิสูจน์ให้เห็นว่าโลกที่ปราศจากเทคโนโลยี… ก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด
ความผิดพลาดที่ “มนุษย์” มองไม่เห็น
ในเกมที่ไร้เงา VAR (เนื่องจากกฎการแข่งขันในรอบนี้) นิวคาสเซิลต้องเผชิญกับฝันร้ายจากการตัดสินที่ค้านสายตา
-
ลูกยิงของ แทมมี่ อับราฮัม: ประตูขึ้นนำของวิลล่าที่ดูเหมือนจะล้ำหน้าชัดเจน แต่ธงไลน์แมนไม่ยก
-
แฮนด์บอลปริศนา: ลูคัส ดีญ ทำแฮนด์บอลในเขตโทษชัดเจน แต่ผู้ตัดสิน คริส คาวานาห์ กลับให้แค่ฟรีคิกนอกกรอบ
-
การเข้าบอลหนัก: ดีญ รอดตัวจากใบแดงในการเข้าปะทะใส่ เจคอบ เมอร์ฟี่
เชียเรอร์ชี้: VAR ทำกรรมการ “เสียคน”
อลัน เชียเรอร์ ตำนานฮีโร่ของทูนอาร์มี่ ให้ทัศนะที่น่าสนใจผ่าน BBC ว่า การมีอยู่ของ VAR ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อาจทำให้ทักษะการตัดสินใจฉับพลันของกรรมการ “ทื่อ” ลง
“วันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่า VAR สร้างความเสียหายให้กรรมการขนาดไหน” เชียเรอร์กล่าว “พวกเขาดูหวาดกลัวที่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง เพราะวันนี้พวกเขาไม่มี ‘ผ้าห่มกันหนาว’ (Comfort Blanket) หรือเทคโนโลยีมาคอยรองรับความผิดพลาดอีกแล้ว”
ความในใจของ “เอ็ดดี้ ฮาว”
ด้านกุนซืออย่าง เอ็ดดี้ ฮาว ยอมรับตามตรงว่าเขารู้สึก “สับสน” (Torn) กับสถานการณ์นี้ ในมุมหนึ่ง เขารักความรู้สึกที่บอลเข้าประตูแล้วได้เฮทันทีโดยไม่ต้องมารอลุ้นเส้นกราฟิก “ผมรักอารมณ์ร่วมแบบนั้น มันคือความสุขที่ไม่มีใครพรากไปได้”
แต่อีกมุมหนึ่ง เมื่อทีมเสียประโยชน์ ความเจ็บปวดนั้นก็สาหัส “ใจจริงผมภาวนาให้มี VAR ในจังหวะที่เราเสียลูกแรก และอีกหลายๆ จังหวะในเกม”
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นความจริงที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของวงการฟุตบอล
-
ถ้าใช้ VAR: เราได้ความถูกต้อง (ส่วนใหญ่) แต่แลกมาด้วยการดีใจที่กั๊กๆ และเกมที่หยุดชะงัก
-
ไม่ใช้ VAR: เราได้เกมที่ลื่นไหล อารมณ์ดิบๆ แต่ต้องแลกมาด้วยความผิดพลาดที่อาจตัดสินอนาคตของทีมได้เลย
ท้ายที่สุด ไม่ว่าเราจะเลือกทางไหน ความผิดพลาดและการถกเถียงก็จะยังคงอยู่คู่กับฟุตบอลต่อไป เพียงแต่จะอยู่ในรูปแบบของ “ดุลยพินิจมนุษย์” หรือ “เส้นกราฟิกบนจอ” เท่านั้นเอง
